โทนเนอร์ คืออะไร ทำไมล้างหน้าอย่างเดียวอาจไม่พอ

โทนเนอร์ คือ

บรรดาสาวกหน้าสิวหลายๆคนอาจรู้จัก โทนเนอร์ กันแล้ว เพราะมันถือว่าเป็น item สำคัญเลยสำหรับคนที่เป็นสิว เพราะ มันเป็นตัวที่คนเป็นสิวนั้นขาดแทบไม่ได้ พอๆกับครีมทาสิวหรือยาทาสิวกันเลย แต่เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะยังสงสัยว่ามันคืออะไรแล้วจำเป็นที่ต้องใช้มั้ย แถมมีบางคนอาจจะใช้โทนเนอร์ผิดวิธีมาตลอดโดยไม่รู้ตัว

blank

ประโยชน์ของโทนเนอร์

  • สำหรับคนเป็นสิว โทนเนอร์ช่วยเป็นเสมือนผู้ทำความสะอาดขึ้นสุดท้ายเพื่อให้ผิวหน้าของเราสะอาดหมดจรดก่อนการบำรุงโดยโทนเนอร์จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่เหลือจากการล้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สิ่งสกปรกที่หลงเหลือจากการล้างหน้า เช่นเครื่องสำอาง เซลล์ผิวที่ตายแล้วต่างๆ ที่อยู่ตามซอกริ้วรอยต่างๆของผิวหน้าเรานี้เอง
  • ช่วยปรับสภาพของผิวหลังล้างหน้าที่แห้งจนเกินไป ให้ผิวเข้าสู่สภาวะที่มีความชุ่มชื่นของผิวหน้าพอประมาณ เพื่อให้ผิวพร้อมแก่การบำรุง (การที่สารสำคัญจากครีมหรือเซรั่มต่างๆจะซึมเข้าสู่ผิวได้ดีนั้น ผิวหน้าต้องมีความชุ่มชื่นเล็กน้อย)
  • ในคนที่รูขุมขนกว้างการใช้โทนเนอร์เป็นประจำจะช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น ผิวหน้าแน่นขึ้น
  • ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ทำให้คนเป็นสิวนั้นผิวหน้าไม่มันง่ายระหว่างวัน
  • นอกจากนี้ยังมี Toner บางแบรนด์ช่วยลดการเกิดริ้วรอย เนื่องจากมีการเติมสารลดริ้วรอยเข้าไปด้วย
  • ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดสิว จาก Alcohol และ Salicylic acid ที่ถูกเติมลงไป
  • ช่วยลดการอักเสบของผิวหน้าได้ สำหรับบางยี้ห้อที่ใส่สารที่ชื่อว่า Witch Hazel หรือ มีสารสกัด Aloe vera ผสมอยู่
  • ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ด้วยสารสกัด AHA , BHA และ PHA สำหรับบางแบรนด์ที่มีการเติมสารเหล่านี้ลงไป
  • ช่วยให้ผิวหน้ารู้สึกสบาย ผ่อนคลาย
  • ช่วยให้ผิวหน้าดูกระจาง สว่างใสขึ้นอีกด้วย ในบางยี้ห้อ

โทนเนอร์หรือคลีนเซอร์

โทนเนอร์กับคลีนซิ่งคือตัวเดียวกันมั้ย

ความเหมือนที่แตกต่างระหว่าง 2 ตัวนี้ ที่ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิด เพราะเห็นว่าทั้งโทนเนอร์ (Toner) และ คลีนซิ่ง (Cleansing) ต่างเป็นน้ำสีใสๆเหมือนกันทั้งคู่ โดยเฉพาะคลีนซิ่งสูตรน้ำ (Cleansing Water) ทำให้หลายคนเข้าใจว่ามันเหมือนกัน

แต่ในความเป็นจริง 2 ตัวนี้มีความแตกต่างกันมากเลยทีเดี่ยว และ เขาก็ผลิตออกมาเพื่อจุดประสงค์หลักที่แตกต่างกัน

  • คลีนซิ่งจะถูกออกแบบมาสำหรับการทำความสะอาดเป็นหลักโดยเน้นไปที่การทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่างๆที่ล้างออกยาก เช่นเครื่องสำอางต่างๆ และสิ่งสกปรกที่เกาะบนผิวหน้า ก่อนที่จะทำการล้างหน้าเพื่อให้สิ่งสกปรกออกไปให้มากที่สุดก่อนเพื่อลดการตกค้างของสิ่งสกปรก แต่เขาจะไม่ช่วยเรื่องการปรับสภาพผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น หรือบำรุงผิวมากนัก
  • แต่สำหรับโทนเนอร์นั้น ถูกออกแบบมาให้ใช้หลังล้างหน้า เพื่อเป็นการเก็บตกสิ่งสกปรกเท่านั้น แต่จะเน้นไปที่การปรับสภาพผิวหน้า การบำรุงผิวหน้า ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว และเตรียมผิวหน้าให้พร้อมแกการบำรุงผิวในขั้นตอนถัดๆไปมากกว่า เน้นไปที่เรื่องของการทำความสะอาดอย่างคลีนซิ่ง

blank

น้ำตบบำรุงผิวกับโทนเนอร์นั้นต่างกันมั้ย

2 สิ่งนี้ก็อาจทำให้หลายคนสับสนอีกเช่นกัน แต่ก็แยกความแตกต่างได้ยากจริงๆอะแหละ เนื่องจากบางแบรนด์นั้นโทนเนอร์ของเขาก็สามารถนำมาใช้แทนนำตบได้เช่นกัน อย่างแบรนด์ยอดฮิต Hatomugi ของญี่ปุ่น แต่ว่าถ้าถามถึงความแตกต่างระหว่าง 2 ตัวนี้แล้ว ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดมาก โดยน้ำตบนั้นจะเน้นไปที่การบำรุงผิวได้ร่ำลึกกว่าการใช้โทนเนอร์นั้นเอง

blank

วิธีการใช้

แบบที่บอกว่าเราจะใช้เพื่อปรับสภาพผิวกัน โดยเรามักจะใช้หลังจากล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยหลายๆคนมักเข้าใจผิดว่า การใช้โทนเนอร์นั้นจะใช้โดยการเทใส่มือแล้วเอามาตบกับใบหน้าได้ แต่จริงๆแล้วเราจะไม่นิยมใช้โทนเนอร์ด้วยวิธีนี้ เพราะการใช้โทนเนอร์เราจะใช้โดยการเทใส่สำลีแล้วเช็ดสวนแนวรูขุมขน จากด้านล่างขึ้นด้านบนมากกว่า

เพราะเราต้องการใช้โทนเนอร์ปรับสภาพผิวทั่วทั้งใบหน้าซึ่งแตกต่างจากการใช้ตัวเอสเซนต์น้ำตบ เซรั่ม หรือ ฟลูอิด ที่เราเทใส่ฝามือแล้วนำมาตบที่ใบหน้าของเราให้ทั่วใบหน้าเพื่อเน้นไปที่การบำรุงผิว ให้ผลิตภัณฑ์ซึมลึกเข้าสู่ผิวมากกว่า

ใครควรใช้

จากที่เราได้เห็นประโยชน์ต่างๆมากมาย ทำให้บอกได้ว่าทุกคนที่อยากดูแลผิวให้ดียิ่งขึ้นกว่าการล้างหน้าและทาครีมแล้ว ทุกคนควรใช้โทนเนอร์ ยกเว้นเด็กน้อยที่อาจจะยังไม่มีความจำเป็นในการบำรุงผิวขนาดนั้น แต่สิ่งที่สำคัญคือเวลาที่เราเลือกซื้อควรเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าของเรา

blank

วิธีการเลือกโทนเนอร์

การเลือกโทนเนอร์ควรเลือกให้ตอบโจทย์กับสภาพผิวของเรา ว่าเราเป็นคนผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม หรือ ผิวขาดน้ำ

  • สำหรับคนผิวแห้ง ควรเลือกโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้แกผิว เช่น Hyaluronic acid  , Organic essencial oil , Aloe vera extract , Glycerin ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้ผิว และ ปรับสมดุลให้ผิวกลับเข้าสู่สภาวะที่พร้อมแกการบำรุงในขั้นตอนต่อไป
  • สำหรับคนผิวมันเป็นสิว ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่พบมากในเอเชียและในประเทศของเราเลย และเป็นกลุ่มที่ควรใช้โทนเนอร์เป็นอย่างยิ่ง กลุ่มนี้ควรเลือกโทนเนอร์ ที่มีสารต่างๆเหล่านี้ เช่น Salicylic acid , AHA , BHA , PHA Willow Bark หรือ Alcohol ก็สามารถใช้ได้ ถ้าผิวไม่แพ้ง่ายเกินไป โดยสารเหล่านี้จะช่วยพลัดเซลล์ผิว ช่วยควบคุมความมันได้เป็นอย่างดี
  • สำหรับคนผิวแพ้ง่าย เวลาเลือกสกินแคร์สำหรับผิวหน้าแล้ว ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน
  • สำหรับผู้ที่ผิวขาดน้ำ ก็จะมีหลักการเลือกคลายๆกับผู้ที่มีผิวแห้ง คือมีส่วนผสมของสารที่ช่วยกักเก็บน้ำผสมอยู่ เช่น Hyaluronic acid , Aloe vera แต่จุดสำคัญเลยคือควรหลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

สรุป

หลังจากบทความนี้ แอดหวังว่า หลายๆคนจะหายสงสัยกันแล้วว่าโทนเนอร์คืออะไร และแยกออกแล้วว่ามันต่างจากคลีนซิ่งหรือว่าเหล่าบรรดาน้ำตบอย่างไร รู้วิธีการเลือกให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวหน้า ในตอนต่อๆไป แอดจะมาพูดถึงว่าโทนเนอร์แต่ละแบรนด์นั้น เจ้าไหนเขามีดีอะไรกับบ้าง คอยติดตามกันต่อนะจ๊ะ

฿219.00 (รวมภาษีแล้ว)
Sale!
฿290.00 ฿199.00 (รวมภาษีแล้ว)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Don`t copy text!