อาหารเสริม คืออะไร เลือกอย่างไร ทำไมต้องกิน

อาหารเสริม

าหารเสริม คืออะไรบางคนอาจรู้แล้ว แต่หลายๆคนนั้นยังเข้าใจผิด หรือพูดเกี่ยวกับอาหารเสริมไปต่างๆนานา บางคนก็ว่าเป็นยาเพราะเห็นมีลักษณะเป็นเม็ดคล้ายๆยา จนกระทั้งไม่กล้ากินเพราะกลัวตัวเองแพ้ยาไปซะงั้น กลัวว่าตับ ไต ไส้ เครื่องในจะพัง (พูดแล้วก็นึกถึงก๋วยจั๋บน้ำข้น) บางคนก็ว่าไม่จำเป็น เพราะก็กินอาหารได้ปกติทำไมต้องกินเสริมอีก แล้วถ้าจะกินแต่ละตัวกินอย่างไร เหมือนกันมั้ย ต้องหยุดมั้ยหรือกินต่อเนื่องได้มั้ย จะสะสมมั้ย หลายๆคนมีคำถามต่างๆเหล่านี้อยู่ในหัวใช่มั้ยครับ ในบทความนี้จะมาตอบหลายๆคำถามที่ค้างคาใจของเรา ที่เกี่ยวกับอาหารเสริม อาจจะตอบได้ไม่หมดแต่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคน ที่กำลังจะเริ่มกิน อาหารเสริม

อาหารเสริม คืออะไรกัน

แม้ว่าอาหารเสริม หน้าตาจะคล้ายกับเม็ดยา แต่ชื่อของเขาก็บอกเราเป็นนัยแล้วว่าคือส่วนที่เรารับประทานเพื่อเสริมจากการที่เรารับประทานอาหารปกติ เพื่อดูแลร่างกายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่ในหลายๆครั้งเราก็นำเอาอาหารเสริมมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์เพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยที่ขาดแร่ธาตุ วิตามิน หรืออาหารเสริมตัวนั้นๆ

อาหารเสริมกับยา

อาหารเสริม เหมือนหรือต่างจากยาอย่างไร ???

อาหารเสริมต่างจากยามั้ย จริงๆแล้วก็มีบางจุดที่ “จะว่าอาหารเสริมเหมือนก็เหมือนกับยา จะว่าต่างก็ต่าง” ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น จริงๆแล้วการจะกำหนดว่าสินค้านี้เป็นยาหรืออาหารเสริมที่เราพบจะถูกแบ่งด้วยจุดหลักๆ 2 จุดครับ

  1. จากกฎหมายของประเทศนั้นๆว่าจะระบุให้ปริมาณที่บรรจุต่อเม็ดหรือต่อซองนั้นปริมาณเท่าไหร่ถึงจัดว่าเป็นอาหารเสริมหรือยา เช่น วิตามินซี ถ้าหากปริมาณต่อเม็ดต่ำกว่า 50 มก.จัดว่าเป็นอาหารเสริม แต่ถ้าปริมาณตั้งแต่ 50 มก. ขึ้นไปเราจะจัดว่าเป็นยาแผนปัจจุบันบรรจุเสร็จตามกฎหมาย แต่ในบางประเทศก็อาจจะไม่มีกฎหมายนี้เราก็อาจจะเจอได้ว่าวิตามินซี ไม่ว่ากี่มก.ก็ถูกจัดเป็นอาหารเสริมได้ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ
  2. จากผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่าอาหารเสริมหลายๆตัวนั้น หากรับประทานในปริมาณที่กำหนดก็อาจมี สรรพคุณในการรักษาโรคบางอย่างได้เช่นกัน เช่น วิตามินซีในปริมาณสูง 2000 – 3000 มก.สามารถลดระยะเวลาในการเป็นโรคหวัด (common cold) ลงได้ พอเป็นเช่นนี้ บางครั้งการรักษาทางการแพทย์จึงมีการใช้อาหารเสริมเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาเช่นเดียวกับยาแต่โดยสรุปแล้วอย่างไรอาหารเสริมก็ยังมีความแตกต่างจากยาอยู่หลายๆแง่มุม
    • เรามักจะไม่ใช้อาหารเสริมอย่างเดียวมาเพื่อใช้ในการรักษาโรค แต่เราจะใช้ร่วมกับยาตัวหลักที่ใช้รักษาโรคนั้นๆมากกว่า
    • เราจะไม่ระบุสรรพคุณของอาหารเสริมลงบนฉลาก ซึ่งแตกต่างจากยา จะมีการระบุสรรพคุณลงในเอกสารกำกับยาทุกครั้ง เนื่องจากสรรพคุณของอาหารเสริมไม่ได้เน้นเพื่อนำมารักษาโรคโดยตรง และการทดลองทางวิทยาศาสตร์ยังน้อยกว่ายามาก รวมถึงผลลัพธ์ในการรักษาหรือป้องกันโรค ยังมีความไม่ชัดเจนเท่ากับยานั้นเอง

เลือกอาหารเสริมอย่างไร

อาหารเสริมในท้องตลาดมีมากมาย แต่ว่าจะเลือกอย่างไรล่ะ เพราะหากเราไม่มีหลักในการเลือกอาหารเสริมแล้ว เราจะต้องเสียทั้งเงิน และไม่ได้รับประโยชน์ที่สูงสุดสำหรับการทานอาหารเสริมนั้นๆ คนหลายๆคนบางครั้งยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาหารเสริมที่ตนเองกินนั้นมีประโยชน์ใดกับร่างกาย และบางตัวหากไม่มีความรู้ในการเลือกอาจเป็นโทษกับร่างกายหรือกระทบกับยาที่กินเป็นประจำที่ใช้รักษาโรคประจำตัวอีกด้วย แต่ที่ซื้อมารับประทานมักจะซื้อตามคำบอกเล่าของคนใกล้ตัวบ้างว่า “ตัวนี้กินแล้วดี ลองไปซื้อมากินดูซิ” บางครั้งยังไม่ได้ถามคนที่แนะนำเลยว่ากินเพื่ออะไร ก็มาหาซื้อซะแล้ว หรือจากคำโฆษณา ทั้งๆที่จริงๆแล้วเราอาจไม่ได้มีปัญหาเรื่องเดียวกับคนในโฆษณาเลยด้วยซ้ำ หรือคนในโฆษณาก็ไม่ได้กินอาหารเสริมตัวนั้นเป็นประจำจริงๆ แต่ก็หาซื้อมากินจนได้ แล้วเราจะเลือกอาหารเสริมอย่างไรดีล่ะ

เลือกอย่างไร

  1. ก่อนที่จะเลือกอาหารเสริม เราต้องวิเคราะห์ปัญหาร่างกายเราก่อน ว่าร่างกายเรามีปัญหาอะไร ตอบคำถามของร่างกายนี้ให้ได้ก่อน ซึ่งตรงนี้เราอาจจะวิเคราะห์ปัญหาเองไม่ได้  ให้เราปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ในปัญหาที่เราเป็น เพราะจะได้คำตอบที่ถูกต้องมากกว่าการปรึกษาคนที่มีระดับความรู้ ความเข้าใจ ที่เท่าๆกับเรา และควรศึกษาข้อมูลจากหลายๆแหล่งประกอบกันอีกครั้งหนึ่ง
  2. เลือกอาหารเสริมที่มีงานวิจัยที่ดี(ง่ายสุดคือสอบถามได้จากแพทย์หรือเภสัชกรและสามารถหาข้อมูลจากวรสารทางการแพทย์) และตรงกับปัญหาที่เราเป็น ในการเสริมการรักษาหรือดูแลร่างกายเราที่บกพร่องจนทำให้เกิดโรคนั้นๆ เช่น ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นเวลากลางคืน ใช้สายตามาก เราก็ควรมองหาอาหารเสริม เช่น วิตามินเอ(Vitamin A) ลูทีน(Lutein) เบต้าแคโรทีน(Beta Carotene) แอสต้าแซนทีน(Astaxanthin) ,  ถ้าเราเป็นภูมิแพ้หรือเป็นหวัดง่าย เราก็ควรมองหาอาหารเสริม เช่น วิตามินซี(Vitamin C) เบต้ากลูแคน(Beta- Glucan) ให้กับผู้ที่มีปัญหานี้ทาน
  3. เลือกอาหารเสริมที่มีตราสัญลักษณ์ที่ถูกต้องและมาตรฐานต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ต้องมีเลขที่ อ.ย.กำกับและเป็นเลขที่ถูกต้องอีกด้วยโดยเราสามารถนำเลขที่ อ.ย. ไปค้นหาบนเว็บไซด์ของ อ.ย. เพื่อตรวจสอบก่อนซื้อได้ ถ้าอาหารเสริมนั้นมี เครื่องหมาย GMP ยิ่งน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นไปอีกระดับ รวมถึงดูความน่าเชื่อถือของตราสินค้านั้นๆประกอบด้วย

ทำไมต้องกินอาหารเสริมและกินอย่างไร

“กินอาหารปกติอยู่แล้ว  ทำไมยังต้องกินเสริมอีกล่ะ” หลายๆคนคงมีคำถามนี้ ใช่ครับ การที่เราไม่กินอาหารเสริมมันก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายเราป่วยหรือทำให้ร่างกายมีปัญหาแต่อย่างใด แต่ความจริงคือ ใน 1 วันเรากินอาหารอะไรบ้าง บางคนอาจบอกว่าแทบจะกินตลอดเวลาเลย แต่เรากินอาหารได้ครบจริงๆหรือ บางคนทั้งวันแทบจะไม่ได้แตะผัก ผลไม้เลย หรือทานก็น้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันแล้วไม่เพียงพอด้วยซ้ำ

ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือร่างกายเรามันจะไม่ได้ทรุดทีเดียวในวันพรุ่งนี้ครับ แต่มันจะค่อยๆทรุดไปในทุกๆวัน จนกระทั้งเกิดปัญหาและเกิดความบกพร่องขึ้นของร่างกาย เช่น การเกิดปากนกกระจอก(แผลทีมุมปาก) จากการขาดวิตามินบี 2  การเกิดโรคลักปิดลักเปิด จากการขาดวิตามินซี และยังมีโรคอีกหลายๆโรคที่เป็นโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งหลายๆคนอาจเคยมีอาการเหล่านี้ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้หรือหาสาเหตุไม่เจอว่าเกิดจากโรคอะไร แต่ที่แท้อาจเกิดจากการขาดวิตามินหรือสารอาหารบางอย่างก็เป็นได้

สุดท้ายขอฝากสั้นๆว่า ก่อนทานอาหารเสริมควรเลือกจากความรู้ ไม่ใช่จากกระแสหรือคำบอกเล่าเท่านั้น

“ เราไม่อาจดูแลร่างกายให้แข็งแรงในทุกวัน แต่อาหารเสริมคือเพือนสนิทผู้ช่วยดูแลร่างกายของคุณในทุกๆวัน”

เลือกดูอาหารเสริมแบรนด์ดัง หลากหลายแบรนด์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ติดต่อร้าน WW Healthyplus