รวมประโยชน์ของ วิตามินบีรวม ที่ทุกคนต้องรู้ สามารถช่วยป้องกันโรคอะไรได้บ้าง

วิตามินบีรวม

ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย คุณเข้ามาอ่านถูกบทความแล้วครับ เพราะหนึ่งในวิตามินที่คนทำงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นคนที่ใช้แรงในการทำงาน หรือคนที่นั่งทำงานหน้าจอ ก็ต้องยกให้กับ วิตามินบีรวม เป็นตัวที่ควรจะรับประทานไว้ ไม่เพียงเท่านี้วิตามินบี ยังมีประโยชน์ในแง่ของการรักษาโรคอีกหลากหลายชนิดด้วย เช่น โรคปลายประสาทอักเสบ (Neuropathic pain) [1] รักษาโรคเหน็บชา ต่างๆ ได้อีกด้วย

ความแตกต่างของวิตามินบีรวม และวิตามินบีแบบแยก

ชื่อก็บอกกันตรงๆว่ารวม ก็จะทำให้ได้ประโยชน์ในหลายๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับวิตามินบี แต่ละชนิดมารวมอยู่ในเม็ดเดียว แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นคือ การที่เราได้รับวิตามินบีหลายๆ ตัวพร้อมกัน จะช่วยให้เกิดการผสานการทำงานกันระหว่างวิตามินบีแต่ละตัว ทำให้ร่างกายสามารถนำวิตามินบีแต่ละชนิดไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น มากกว่าการที่ทานแบบแยก ที่จะได้ประโยชน์เฉพาะวิตามินบีตัวนั้นๆ ยกเว้นแต่เราจะทานเพื่อรักษาโรคที่จำเพาะเจาะจง กับการขาดวิตามินบีชนิดนั้นๆ

ประโยชน์ของวิตามินบีรวม

วิตามินบีแต่ละชนิด ก็ทำงานแตกต่างกันไป โดยหลักๆ แล้วประโยชน์ของวิตามินบีรวมก็ได้แก่ [2]

  • ช่วยนำส่งพลังงานต่างๆจากสารอาหารให้กับเซลล์ในร่างกาย
  • ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้า ร่างกายตื่นตัว
  • เสริมสร้างความแข็งแรงของเม็ดเลือดแดง
  • ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้เป็นปกติ
  • ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร ลดการเบื่ออาหาร
  • ลดอาการเมื่อยล้าตามร่างกาย
  • ช่วยให้การสังเคราะห์ฮอร์โมน และคลอเรสเตอรอลในร่างกายเป็นปกติ
  • ช่วยผ่อนคลายความเครียด
  • มีส่วนช่วยในการบำรุงผม เพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นผม

แต่คำถามก็คือ วิตามินบีรวมมีในท้องตลาดตั้งมากมายหลายยี่ห้อ แล้วจะเลือกทานยี่ห้อไหนดี ?

กลับสู่สารบัญ

วิตามินบีแต่ละยี่ห้อในท้องตลาด

ในท้องตลาดก็จะมีวิตามินบีอยู่หลากหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็มีราคา และส่วนผสมที่แตกต่างกันไป รวมถึงลักษณะรูปแบบของผลิตภัณฑ์ก็แตกต่างกันออกไปด้วย รวมถึงการขึ้นทะเบียน บางยี่ห้อก็ขึ้นทะเบียนเป็นอาหารเสริม บางยี่ห้อก็ขึ้นทะเบียนเป็นยา ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณวิตามินบี ที่บรรจุเข้าไปภายในเม็ดตามที่กฎหมายกำหนด แล้ววิตามินบีรวมในท้องตลาดมีตัวไหนบ้าง ไปดูกัน

วิตามินบีรวมที่ขึ้นทะเบียนเป็นยา

Vitamin B ที่ขึ้นทะเบียนเป็นยา โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีปริมาณของวิตามินตัวใดตัวหนึ่งหรือมากกว่า 1 ตัว ที่มีขนาด ม.ก.ของวิตามินที่มากกว่าปริมาณที อ.ย.ระบุไว้ในบัญชียาแผนปัจจุบัน [3] และจุดสังเกตอีกจุดหนึ่งคือบริเวณกล่อง หรือขวดจะต้องมีเลขทะเบียนยา แทนเลข อ.ย. ดังรูปด้านล่าง โดยวิตามินที่ขึ้นทะเบียนเป็นยา หลายๆ ครั้งเราจะนำมาใช้ในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท ร่วมกับยาอื่นๆ ที่ใช้รักษาโรคในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แล้วในท้องตลาดมีตัวไหนบ้างไปดูกัน

Blackmore Exac B

ถ้าพูดถึงแบรนด์นี้ สำหรับคนที่ทานอาหารเสริม หรือวิตามินเป็นประจำคงไม่มีใครไม่รู้จัก ถ้าใครที่อ่อนล้าจากการทำงานหนัก หรือนอนน้อยมากๆ รู้สึกไม่ค่อยมีพลังชีวิต ต้องลองทานตัวนี้เลย เพราะเจ้าตัวนี้มีปริมาณวิตามินบีที่สูงมาก เพียงเรารับประทานไปไม่กี่วัน ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความกระปี้กระเปร่า แต่ด้วยความที่มีปริมาณของวิตามินบีที่สูง จึงทำให้ปัสสาวะมีสีทีเข้ม และมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรงพอสมควร

ดูข้อมูลเพิ่ม BLACKMORE EXAC B

Mega Nat B

เป็นแบรนด์ดังไม่แพ้กันกับ Blackmore นั้นก็คือ Mega we care สำหรับคนที่กลืนแคปซูลแข็งลำบาก ตัวนี้ถือได้ว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะสำหรับตัว เมก้า แนท บี (Mega nat B) ออกแบบมาในรูปแบบแคปซูลนิ่ม ทำให้กลืนเม็ดยาได้ง่าย เม็ดยาไม่ติดคอ แต่เวลาปิดควรเก็บไว้ในที่ห่างจากความร้อน หรือความชื่น เพราะอาจจะทำให้แคปซูลเหนียวติดกันได้

ดูข้อมูลเพิ่ม MEGA NAT B

Re-b-forte

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบ หรือโรคทางระบบประสาท ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์ด้วยปริมาณวิตามินบี 1-6-12 ในปริมาณสูง สำหรับรักษา และลดการอักเสบของปลายประสาทได้เป็นอย่างดี โดยแพทย์ตามโรงพยาบาลเอกชน ก็มักจะจ่ายวิตามินตัวนี้ให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยวิตามินจะถูกบรรจุอยู่ในแผงอลูมิเนียมแยกเม็ด เพื่อรักษาคุณค่าของวิตามินไว้อย่างดี

ดูข้อมูลเพิ่ม RE-B-FORTE

Berocca performance

สำหรับตัวนี้จะแตกต่างจากตัวอื่นๆ เนื่องจากวิตามินทำออกมาในรูปแบบเม็ดฟู่ละลายน้ำ ทำให้ทานได้สะดวกตั้งแต่เด็กเล็ก จนถึงผู้สูงอายุ และข้อดีอีกอย่างของตัวนี้ก็คือ จะออกฤทธิ์ได้ไว เนื่องจากวิตามินละลายน้ำแล้ว ไม่ต้องอาศัยเวลาในการแตกตัวเหมือนรูปแบบเม็ด หรือแคปซูล ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้อย่างรวดเร็ว โดยนอกจากวิตามินบีแล้ว ตัวนี้ยังมีวิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกับวิตามินบี เช่น วิตามินซี ซิงค์

ดูข้อมูลเพิ่ม BEROCCA
วิตามินบี

Neurobion

วิตามินยอดฮิตสำหรับผู้สูงอายุ โดยคุณหมอมักจะจายวิตามินบีตัวนี้มาพร้อมกับยาอื่นๆ ให้กับผู้สูงอายุ เพื่อบำรุงระบบประสาทและช่วยลดอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้รับประทานอาหารได้ดีในผู้สูงอายุ โดยจะมีวิตามินบี 3 ตัวหลักสำหรับเน้นบำรุงระบบประสาท นั้นคือ B1-B6-B12 นั้นเอง

ดูข้อมูลเพิ่ม NEUROBION

Nuro-B

ตัวนี้จะเป็นยาตัวเดียวกันกับ Re-b-forte มีตัววิตามินบี ทั้งหมด 3 ตัวเหมือนกัน คือ B1-B6-B12 และปริมาณยาเท่ากัน สำหรับใครที่หาตัวรีบีฟอร์ดไม่ได้ หรือหาตัวนี้ไม่ได้ก็สามารถทานแทนกันได้เลย

ดูข้อมูลเพิ่ม NURO B

SAMBEE

สำหรับตัวนี้เป็น B1-B6-B12 เช่นกัน และขึ้นทะเบียนเป็นยา โดยตัวนี้จะมีปริมาณวิตามินบีที่น้อยกว่าตัวอื่นๆ ทำให้อาจต้องรับประทาน 3-6 เม็ดต่อวัน ถึงจะได้วิตามินเทียบเท่ากับ Re-b-fort หรือ Neurobion นั้นเอง สำหรับคนที่ต้องการทานเพื่อรักษาโรค ที่เกี่ยวกับระบบประสาทอักเสบต่างๆ

ดูข้อมูลเพิ่ม SAMBEE

วิตามินบีรวมที่ขึ้นทะเบียนเป็นอาหารเสริม

สำหรับวิตามินบีในกลุ่มนี้วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือ ให้ดูที่ข้างขวด หรือข้างกล่อง จะพบเห็นเลขทะเบียน อย. ตามรูปด้านล่าง โดยจะไม่ปรากฏเลขทะเบียนยาที่บรรจุภัณฑ์ เหมือนที่กล่าวไว้ และปริมาณวิตามินบีแต่ละชนิดที่ใส่ต่อเม็ดก็จะมีปริมาณที่ไม่สูงมาก และไม่มีวิตามินตัวไหนเกินจากขนาดที่ทาง อย.ระบุไว้ และโดยส่วนใหญ่เราจะเน้นใช้ทานเสริมสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยทานเนื่อสัตว์ แต่สำหรัยผู้ที่ทำงานหนัก อ่อนเพลียมาก อาจรับประทานมากกว่า 1 เม็ดต่อวัน

Alinamin ex plus

เป็นวิตามินบีรวมที่ขายดีอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงในประเทศไทยก็ขายดีไม่ใช่น้อยสำหรับตัวนี้ โดยมีเอกลักษณ์ของเม็ดเป็นเม็ดกลม เคลือบน้ำตาล เม็ดสีเหลือง ทำให้ตอบโจทย์มาก สำหรับผู้ทีมีปัญหากับการกลืนยายาก ทำให้วิตามินตัวนี้สามารถทานได้ตั้งแต่เด็กโต หรือผู้สูงอายุที่กลืนยายาก สำหรับผู้ที่ทำงานหนัก หรือต้องการการบำรุง อาจต้องทานประมาณ 2 เม็ด/วัน เป็นอย่างน้อย

ดูข้อมูลเพิ่ม ALINAMIN EX PLUS

Vistra vitamin B plus ginseng

วิสตร้า วิตามินบีผสมโสม และโคลีน สำหรับผู้ร่างกายทำงานหนัก ลดอาการ อ่อนเพลีย อ่อนล้าจากการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ช่วยบำรุงสมอง ทำให้สมองตื้นตัว และยังประกอบไปด้วยส่วนผสมของ zinc และ biotin สำหรับบำรุงผม ให้แข็งแรงอีกด้วย และ ช่วยให้รู้สึกเจริญอาหาร ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียวสำหรับตัวนี้ที่กินเพียง 1 เม็ด ก็ได้ประโยชน์มากมายเลยทีเดียว

ดูข้อมูลเพิ่ม VISTRA VITAMIN B

DHC vitamin B

เป็นอีก 1 ไอเท็มขายดีของ DHC ลองจากวิตามินซี ก็บีซองนี้นี่แหละ ที่ผลิตมาให้พกพาสะดวกด้วยรูปแบบซอง โดย 1 ซองมีทั้งหมด 120 เม็ดใน ราคาเพียง 100 ด้นๆ ประกอบไปด้วยวิตามินบี 1 ,2 , 3, 5, 12 โฟสิค โคลิน และ ไบโอติน นับได้ว่าราคาถูกมากๆ สำหรับตัวนี้ คุ้มสุดๆ ลองหาทานเลย

ดูข้อมูลเพิ่ม DHC VITAMIN B

B GIN

วิตามินบีน้องใหม่ ที่เน้นเรื่องการบำรุงสมองโดยเฉพาะ โดยเน้นไปที่สารสำคัญหลักๆ ที่ช่วยบำรุงสมอง เช่น เลซิตินจากถั่วเหลือง ที่เป็นองค์ประกอบของสารสื่อประสาท และเยื่อหุ้มสมอง และสารสกัดจากใบแปะก๊วย ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด และวิตามินบีรวมหลากหลายชนิด ที่ช่วยเสริมฤทธิ์บำรุงสมองซึงกัน และกัน

ดูข้อมูลเพิ่ม B-GIN

NEWPHARVIT PLUS

สำหรับตัวนี้จะเน้นบำรุงเลือดเป็นหลัก สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเลือดต่างๆ เช่น Beriberi Anemia หรือ Pellagra โดยนิวฟาร์วิตพลัส จะสามารถทานบำรุงเลือดได้ในผู้ป่วยทาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้รับประทานได้ โดยไม่เกิดภาวะจากธาตุเหล็กเกินจนเกิด Iron toxicity ได้

ดูข้อมูลเพิ่ม NEWPHARVIT PLUS

FBC Daily

หลายคนคงคุณหูกันดี กลับยาบำรุงเลือดตัวนี้ ที่ชื่อว่า FBC โดยเวลาที่เราไปบริจาคเลือด เราจะได้รับยาบำรุงเลือดเม็ดรีสีแดงมารับประทาน ที่ชื่อว่า FBC เพราะใน 1 เม็ด จะประกอบไปด้วย F คือ ธาตุเหล็ก (Ferrous Fumarate) , B คือ วิตามินบี (Vitamin B) นั้นเอง และ C คือ วิตามินซี (Vitamin C) แต่สำหรับตัว FBC Daily แล้วจะไม่มีส่วนผสมของวิตามินซี แต่จะมีการเพิ่มวิตามินตัวอื่นๆ เข้าไป เพื่อบำรุงเลือดและบำรุงร่างกายแทน โดยตัวนี้จะรับประทานเพียงวันละ 1 เม็ด แต่จะหลีกเลี่ยงในผู้ที่เป็นโรคที่เป็นโรคเลือดทาลัสซีเมีย เนื่องจากอาจทำให้มีภาวะเหล็กเกินในเลือดจนเป็นอันตรายได้

ดูข้อมูลเพิ่ม FBC DAILY กลับสู่สารบัญ

สรุปว่าวิตามินบีรวมตัวไหนดี

ถ้าจะบอกว่าตัวไหนดีกว่าตัวไหน ก็คงจะต้องถามกลับไปถึงตัวผู้ทานแล้วว่า ต้องทานเพื่อรักษาโรค หรือป้องกันการเกิดโรค ก็จะแนะนำให้รับประทานวิตามินบีที่ขึ้นทะเบียนเป็นยา แต่สำหรับคนที่ต้องการรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย จากการรับประทานอาหารไม่ครบ ลดอาการอ่อนเพลีย อ่อนล้าจากการทำงานหนัก หรือพักผ่อนน้อย

ก็อาจจะรับประทานวิตามินบี ที่ขึ้นทะเบียนเป็นอาหารเสริมก็เพียงพอ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน การรับประทานก็ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และแนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะวิตามินบีที่ร่างกายดูดซึมไม่หมด จะถูกขับออกทางปัสสาวะนั้นเอง[4]

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (REFERENCE)

  1. Vitamin B กับการรักษา Neuropathic pain https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7468922/
  2. ประโยชน์ของวิตามินบีแต่ละชนิด https://www.everydayhealth.com/pictures/surprising-health-benefits-b-vitamins/
  3. วิตามินบี ที่ขึ้นทะเบียนเป็นยา ดูจากอะไร https://bit.ly/3eUxPiJ
  4. วิตามินบี ขับออกทางปัสสาวะ https://bit.ly/3mVn0Bt