5 อาหารเสริมภูมิแพ้ ปกป้องร่างกายคุณ จากมลพิษทางอากาศ

อาหารเสริมภูมิแพ้

อาหารเสริมภูมิแพ้ อาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตคุณได้มหาศาล ที่หลายคนมักมองข้าม จากเหตุการณ์มลพิษทางอากาศที่เราพบเจอ ถึงแม้ว่าจะเบาบางลงแล้ว แต่สภาพอากาศในประเทศไทยเราก็ไม่ใช่ว่าจะดี จนสามารถสูดได้เต็มปอดในทุกๆที และหลังๆแอดมินเองก็พบ คนที่เป็นภูมิแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งภูมิแพ้ที่ระบบทางเดินหายใจและทางผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บางจุดที่ยังมีฝุ่น PM2.5 ที่อาจไปทำร้ายปอด รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด ในบทความนี้เราจึงจะมาพูดถึงอาหารเสริมภูมิแพ้ อะไรบ้างที่จะช่วยปกป้องเราจากโรคต่างๆที่เกิดจากมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น อาจจะยาวหน่อยแต่รับรองว่าได้ประโยชน์ไม่น้อย โดยเราจะพูดเพียงแค่ 5 ตัวนี้ แต่จริงๆแล้วยังมีอีกหลายตัวเลย

อาหาร วิตามินซี

วิตามินซี (Vitamin C) อาหารเสริมภูมิแพ้ ยอดนิยมแต่โบราณ

วิตามินซี หรือ เราอาจเคยได้ยินอีกชื่อคือ “กรดแอสคอร์บิก (Ascobics Acid)” เป็นอาหารเสริมภูมิแพ้ ที่มีมาช้านาน แต่ก็ยังคงเป็นวิตามินยอดนิยมในทุกยุคทุกสมัย เนื่องจากเป็นวิตามินที่มีคุณประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทั้งช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่นโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันหวัด ภูมิแพ้ ภาวะต้อกระจก และยังช่วยบำรุงผิวให้ผิวกระจ่างใส และมีบทบาทช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนใต้ชั้นผิวอีกด้วย รวมถึงมีความปลอดภัยสูง ราคาไม่แพง และหาซื้อทานได้ง่าย

บทบาทของวิตามินซี ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาหารเสริมภูมิแพ้ที่มีมายาวนาน

  • วิตามินซี สามารถลดการเกิดภูมิแพ้ลงได้ โดยวิตามินซีจะไปต้านสารที่ชื่อว่า ฮีสตามีน (Anti-Histamine) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ ต่างๆ เช่น การเกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนัง น้ำมูกไหล จาม การไอ
  • อาหารเสริมภูมิแพ้วิตามินซี มีงานวิจัยว่าสามารถลดระยะเวลา และความถี่ในการเกิดโรคหวัดลงได้ เมื่อทานในขนาดสูง 1000 มก – 3000 มก โดยวิตามินซีจะไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ให้ออกมาต่อสู้กับเชื้อโรคหวัดนั้นเอง
  • แต่การรับประทานวิตามินซีในปริมาณสูงก็อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ หรืออาเจียน และน้ำตาลในเลือดสูง จึงควรระวังในคนเป็นเบาหวาน รวมถึงการเกิดนิ่วที่กระเพาะปัสสาวะด้วย และผู้ป่วยที่เป็นโรคทาลัสซีเมียควรหลีกเลี่ยงการทานในปริมาณสูงเนื่องจากวิตามินซีจะไปเพิ่มการดูดกลับของธาตุเหล็กเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งทำให้ธาตุเหล็กในเลือดมากเกินไป จนเป็นอันตรายกับผู้ที่เป็นโรคทาลัสซีเมีย
  • ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการทานวิตามินซีทุกๆวันจะอยู่ที่ขนาด 500 – 1000 มก.ต่อวัน
  • แม้ว่าวิตามินซี จะช่วยป้องกันอาการแพ้ต่างๆหรือโรคหวัดได้ แต่วิตามินซีก็ยังมีจุดอ่อนคือเป็นวิตามินที่ถูกทำลายได้ง่าย ด้วยแสง ความร้อน ความชื่น และถูกขับออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงในผู้ที่รับประทานวิตามินซีบางรายนั้นกับมีอาการแพ้วิตามินซีซะเองก็มี แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะเรามีวิตามินและอาหารเสริมตัวอื่นๆให้รับประทานอีก

อาหารเสริมภูมิแพ้ วิตามินอี

วิตามินอี (Vitamin E) ตัวแม่อาหารเสริมที่ทานตัวเดียวจบครบทุกเรื่อง

วิตามินทีมีมาแต่โบราณกาลอีกตัวหนึ่ง และเป็นตัวที่มีคุณประโยชน์หลากหลายมากอีกด้วย วิตามินอี (Vitamin E) โดยแบ่งเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ 2 ชื่อคือ โทโคเฟอรอล(Tocopherol) และ โทโคไทรอีนอล(Tocotrienol) ซึ่งเราสามารถพบวิตามินอีในธรรมชาติได้ทั้ง 2 รูปนี้

บทบาทของวิตามินอี ในการเป็นอาหารเสริมภูมิแพ้

  • วิตามินอี นั้นเป็นวิตามินทีละลายได้ดีในไขมัน และมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกายอีกด้วย การทานวิตามินตัวนี้จึงเสมือนเป็นการปกป้องเซลล์ของเราจากมลพิษต่างๆที่จะเข้ามาทำร้ายเซลล์ รวมถึงการทานร่วมกับวิตามินเอ ยังช่วยปกป้องปอดของเราจากมลพิษทางอากาศได้เป็นอย่างดี
  • วิตามินอียังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดการเกาะตัวกันของลิ่มเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันตามอวัยวะต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะหัวใจ และหลอดเลือดสมอง และยังช่วยเพิ่มการนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงตามเซลล์ต่างๆของร่างกายได้อีกด้วย
  • เรื่องการบำรุงและปกป้องผิวเราวิตามินอี ยังช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวเรา จึงเหมาะมากในผู้ที่มีผิวแห้ง หรือผิวเป็นผื่นแพ้ง่าย ดังนั้นวิตามินตัวนี้จึงเปรียบเสมือนผู้ที่คอยพิทักษ์ความแข็งแรงของผิวเราไม่ให้เกิดถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆนั้นเอง
  • การรับประทานวิตามินอี ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมคือ 200 – 400 IU ต่อวัน หากรับประทานต่อเนื่อง แต่ด้วยวิตามินอี เป็นวิตามินที่ร่างกายสามารถกักเก็บไว้ที่ชั้นไขมันของร่างกายได้ จึงไม่จำเป็นต้องกินต่อเนื่องก็ได้ อาจเว้นระยะการกิน 3 เดือนเว้น 1 เดือนก็ทำได้
  • การรับประทานวิตามินอี ในปริมาณมากไปนั้นอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่ถ้าเป็นรุ่นแรงอาจทำให้เลือดหยุดไหลยาก จนเกิดเลือดออกเป็นรอยช้ำได้ผิวหนังได้ และในผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือมีโรคประจำตัวเช่น โรคหลอดเลือดในสมองแตก โรคสมองขาดเลือด โรคเบาหวาน ก็ควรระมัดระวังการบริโภควิตามินอี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน
อาหารเสริมเบต้ากลูแคน
         เบต้ากลูแคน จากเห็ดทางการแพทย์ 5 ชนิด

เบต้ากลูแคนจากเห็ดทางการแพทย์ (Beta-Glucan From Medicinal Mushrooms)

เห็ดหลายๆคนอาจรู้จัก หรือผู้หญิงหลายๆคนอาจเคยถูกเรียกว่า “เห็ดโสด” แต่เห็ดทางการแพทย์ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่ใช่เห็ดทุกชนิดจะถูกจัดเป็นเห็ดทางการแพทย์ จะต้องเป็นเห็ดที่มีงานวิจัยแล้วว่ามีฤทธิ์ทางยา หรือเราเรียกให้เท่ห์ๆว่า “มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา” นั้นเอง แถมเป็น อาหารเสริมภูมิแพ้ ที่ถูกนำมาปรุงอาหารในสมัยโบราณตั้งแต่ยังไม่ถูกนำมาวิจัย ส่วนใหญ่แล้วเห็ดที่ได้รับการยอมรับ และถูกกล่าวขาน นำมาทำเป็นอาหารเสริมกันมากมักเป็นเห็ด 5 ชนิดนี้ ได้แก่ เห็ดหลินจือ เห็ดถั่งเช่า เห็ดชิตาเกะ เห็ดไมตาเกะ เห็ดยามาบูชิตาเกะ แต่ก็ยังมีชนิดอื่นๆอีก

บทบาทของสารเบต้ากลูแคนจากเห็ดทางการแพทย์ สำหรับโรคภูมิแพ้ และการป้องกันร่างกายจากมลพิษทางอากาศ

  • เบต้ากลูแคน(Beta-Glucans)เกี่ยวอะไรกับเห็ด เบต้ากลูแคนเป็นสารที่ถูกค้นพบและถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยาของอเมริกาเมื่อปี 1981 นี้เอง โดยเจ้าสารตัวนี้ ถูกค้นพบในช่วงแรกๆอยู่ในข้าวโอ๊ตเป็นจำนวนมาก ต่อมาเราจึงพบสารชนิดนี้ในเห็ดและเห็ดทางการแพทย์ก็มีสารชนิดนี้แถบทุกชนิดเช่นกัน และเราสามารถพบสารนี้ในสมุนไพรพื้นบ้านของเรา คือ พลูคาวอีกด้วย
  • สารเบต้ากลูแคน(Beta-Glucan Substances) ถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบละลายน้ำ และ แบบที่ไม่ละลายน้ำ โดย แบบที่ไม่ละลายน้ำนี้แหละมีประโยชน์มากมายมหาศาล ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และเป็นแบบที่พบในบริเวณผนังเซลล์ของเห็ดทางการแพทย์เป็นส่วนใหญ่อีกด้วย
  • สารนี้ปกป้องเราจากมลพิษทางอากาศได้เนื่องจาก สารนี้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ให้มากินสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านเข้ามาในร่างกาย รวมถึงปรับภูมิคุ้มกันเราให้สมดุลจึงลดอาการแพ้ต่างๆของร่างกาย ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้
  • นอกจากเรื่องภูมิคุ้มกันแล้วกลุ่มเห็ดทางการแพทย์ยังช่วยปกป้องเราจากมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด และทางเดินหายใจนั้น ถั่งเช่า มีงานวิจัยที่ช่วยในเรื่องนี้เยอะมากเลยทีเดียว
  • การใช้และการรับประทานสารตัวนี้ มีได้หลากหลาย ตั้งแต่การรับประทานแบบสารสกัดเม็ด แบบฉีดเข้าร่างกาย ก็ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ โดยขนาดรับประทาน 250 มก.ต่อวันขึ้นไปในคนที่เป็นภูมิแพ้ และแบบฉีดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
  • สารชนิดนี้ยังไม่พบผลข้างเคียงใดๆที่รุนแรง แต่ก็ยังไม่แนะนำในผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือ ผู้ที่ทานยาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน หรือยาต้านไวรัสเอดส์ เพราะอาจรบกวนกับผลการรักษาได้
สารสกัดเมล็ดองุ่น สุดยอด อาหารเสริมภูมิแพ้
 สารสกัดเมล็ดองุ่น สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ

สารสกัดเมล็ดองุ่น (Grape Seed)

สารสกัดตัวนี้เป็นที่รู้จักกันมากในหมู่สาวๆ วัยรุ่นจนถึงผู้สูงอายุด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระได้หลากหลายและมีความไวในการดักจับอนุมูลอิสระที่มาก รวมถึงสามารถดักจับและต่อต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตามินซี ถึง 20 เท่า และ วิตามินอี ถึง 50 เท่า เราถึงเรียกสารสกัดจากเมล็ดองุ่นว่าเป็น สารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ (Super Antioxidant) โดยสารที่อยู่ในสารสกัดเมล็ดองุ่นนั้นคือสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ทีมีชื่อว่า “โอลิโกเมริค โปรแอนโธไซยานิน” (Oligomeric Proanthocyanidin Complex) หรือเรียกย่อๆว่า สาร OPC

บทบาทของสารสกัดเมล็ดองุ่น สำหรับโรคภูมิแพ้ และการป้องกันร่างกายจากมลพิษทางอากาศ

  • ด้วยฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระที่สูง ทำให้สารนี้เป็นช่วยเสริมฤทธิ์กับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
  • มีงานวิจัยที่โดดเด่นในเรื่องของการบำรุงหลอดเลือด ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือด ให้เลือดไหลเวียนได้ดี หลอดเลือดตามอวัยวะต่างๆแข็งแรง โดยเฉพาะบริเวณหลอดเลือดฝอยขนาดเล็ก เช่นหลอดเลือดที่ปอด ไต หัวใจ
  • ยังมีงานวิจัยในการป้องกันมะเร็งได้หลากหลายชนิด
  • ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ป้องกันโรคภูมิแพ้ต่างๆ
  • การรับประทานเมล็ดองุ่น ขนาดที่แนะนำอยู่ที่ 50-100 มก ต่อวัน ก็เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการแล้ว

อาหารเสริมภูมิแพ้ โคเอนไซม์ คิวเทน

โคเอนไซม์คิวเทน (Co-Enzyme Q10)

โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) หรือ ยูบิควิโนน (Ubiquinone) เป็นสารยอดฮิตในอาหารเสริมหลากหลายยี้ห้อและยังถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ก็มาก โดยสารตัวนี้มักจะอยู่ในส่วนผสมของอาหารเสริมกลุ่มผิวพรรณซะเป็นส่วนใหญ่ โดยสารตัวนี้มีคุณสมบัติในการช่วยนำเอาพลังงานจากการย่อยสลายอาหารไปให้ส่วนต่างๆของร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของอวัยวะต่างๆของร่างกาย โดยเมื่อเราอายุมากขึ้นเรื่อยสารตัวนี้ในร่างกายจะถูกผลิตออกมาจากเซลล์ของเราลดลง

บทบาทของสารสกัดเมล็ดองุ่น สำหรับโรคภูมิแพ้ และการป้องกันร่างกายจากมลพิษทางอากาศ

  • ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เข้าไปปกป้องเซลล์ต่างๆจากได้เกือบทั่วทั้งร่างกาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ละลายในไขมันได้ดี จึงผ่านเข้าสู่เซลล์ได้โดยง่าย
  • สามารถป้องกันโรคมะเร็ง หลากหลายชนิด
  • ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ ลดภาวะการณ์เกิดหัวใจขาดเลือด
  • ขนาดที่แนะนำในการรับประทาน อยู่ที่ขนาด 30 – 100 มก.ต่อวัน
  • การทานโคคิวเทน ต้องควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน หากมีการทานยาละลายลิ่มเลือด หรือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ เช่น ยาแอสไพริน ยาวาร์ฟาริน เป็นต้น
  • ควรหยุดรับประทานโคคิวเทน ก่อนการผ่าตัด หรือ การทำฟัน 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากสารตัวนี้ทำให้เลือดหยุดยา

“แล้ววันนี้คุณดูแลคุณภาพชีวิตของคุณ ด้วยอาหารเสริมและอาหารเสริมภูมิแพ้กี่ชนิดแล้ว เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีคือต้นทุนที่คุณอาจมองไม่เห็น”

ดูอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ >>> คลิก(CLICK) <<<

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ติดต่อร้าน WW Healthyplus