รีวิว ยาป้ายปาก แก้ร้อนใน เป็นแผล จะใช้ยาม่วงในตำนาน หรือ ใช้ยา ยี่ห้อไหนดี

ยาป้ายปาก

ยาป้ายปาก แก้ร้อนใน สำหรับบางคนเรียกได้ว่าเป็นยาสามัญประจำตัวกันเลยทีเดียว เพราะหลายๆคนมักมีอาการร้อนในอยู่บ่อยครั้ง และไม่สามารถหาสาเหตุจากการร้อนในที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากการร้อนใน หรือ การเกิดแผลในปากนั้นมีสาเหตุมากมาย ไปดูกันเลยว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง

แผลในปากเกิดจากอะไร เลือกยาป้ายปากแบบไหนดี

จริงๆแล้วสาเหตุของการเกิดแผลในปากมีมากมายหลายสาเหตุและการเลือกยาที่จะมาป้ายปากก็แตกต่างกันไปตามแต่ละสาเหตุอีกด้วย แต่โดยหลักๆแล้ว เรามักจะแบ่งออกเป็นแผลที่เกิดจากการติดเชื้อ และ ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แล้วเราจะเลือกยาแบบไหนไปดูกันเลย

การเกิดแผลในปาก ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ

โดยส่วนใหญ่แล้ว การเกิดแผลลักษณะนี้จะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ ก็แหง่หล่ะ หัวข้อก็บอกอยู่แล้ว แต่มักเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น

  • การดื่มน้ำน้อย
  • การรับประทานอาหารที่ร้อนจัด หรือ เย็นจัด
  • การพักผ่อนน้อย
  • การเสียดสีในช่องปากจากการแปรงฟัน เหล็กดัดฟัน รวมถึงอุปกรณ์ทางทันตกรรมต่างๆเวลาไปทำฟัน
  • กัดปาก หรือ กระพุ้งแก้มตัวเอง

สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่จะทำให้เกิดแผลในปากได้ โดยที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เพราะฉะนั้นการเลือกยาป้ายปาก ก็ไม่จำเป็นจะต้องเลือกยาที่มีตัวยาฆ่าเชื้อเข้ามา

การเกิดแผลในปาก ที่เกิดจากการติดเชื้อ

เชื่อว่า หลายๆคน อาจจะเคยเป็นตุ้มใสๆบริเวณริมฝีปาก เวลาพักผ่อนน้อย และ ชอบกลับมาเป็นอยู่เรื่อยๆ และมักมีอาการเจ็บๆแสบๆบริเวณที่เป็น และตุ้มใสๆที่ว่านี้จะเป็นประมาณ 1 สัปดาห์แล้วก็หายไป ตามรูปด้านล่าง

ใช่แล้วครับ นั้นคืออาการแสดงที่เกิดจากการติดเชื้อที่ปาก จนทำให้เกิดแผลในปากหรือบริเวณริมฝีปาก ที่เราเรียกว่า ” โรคเริม ” ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่ชื่อว่า Herpe Simplex Virus (HSV) โดยอาการจะหายไปเองประมาณ 7 วัน แต่สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำก็อาจหายช้ากว่านั้นแต่หลายๆคนเมื่อมีอาการเหล่านี้ ก็มักจะรู้สึกรำคาญ เลยชอบเอามือไปถูหรือจับบริเวณที่เป็นบ่อยๆ หรือ บางคนใช้ยาทาปากผิดประเภทมาใช้ ทำให้คราวนี้อาการยิ่งลุกรามติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาอีกตามภาพด้านล่าง

จากภาพที่เห็นคราวนี้ไม่ได้เกิดแค่การติดเชื้อไวรัสเริมแล้ว แต่ยังเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ทำให้ต้องใช้ยาสำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือ ยาปฏิชีวะนะเพิ่มอีก ถึงจะรักษาให้หายได้ ไม่เหมือนกับเชื้อไวรัสเริ่มที่สามารถหายได้เองเพราะฉะนั้นหากเวลาเราเกิดแผลในปาก เราต้องเช็คก่อนว่าแผลที่เกิดขึ้นเป็นแผลชนิดไหน และเลือกใช้ยาอะไรถึงหายและปลอดภัยกับตัวเราเอง

นอกจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียแล้ว ยังสามารถเกิดแผลในปากจากการติดเชื้อราได้อีกด้วย โดยสังเกตได้จากลักษณะแผลจะมีลักษณะเป็นแผล ร่วมกับการมีฝ้าขาวที่ปาก ตามภาพด้านล่าง

กลับสู่สารบัญ

ยาป้ายแผลในปากมีกี่แบบ

ในร้านขายยา เราจะแบ่งยาป้ายปากหลักๆเป็น 3 แบบ โดยยาแต่ละแบบก็มีข้อควรระวังในการใช้กับสาเหตุของการเกิดแผลในปากที่กล่าวไปข้างต้น

ยาป้ายแผลในปาก ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์

ปกติยาในกลุ่มนี้จะเป็นที่นิยมกันมากในท้องตลาด และเป็นยาป้ายปากที่คนนิยมใช้มากกว่าแบบอื่นๆเนื่องจากใช้แล้วรู้สึกว่าแผลหายเร็ว ราคาก็ไม่แพง หาซื้อได้ตามร้านขายยาได้ง่าย โดยตัวยาสำคัญที่เราใช้จะเป็น ตัวยา Triamcinolone acetonide ซึ่งยายอดนิยมในท้องตลาดของยากลุ่มนี้ก็ได้แก่

ยาสมานแผลในปาก ที่ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์

สำหรับยาในกลุ่มนี้ จะนิยมใช้กับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือ ใช้ร่วมกับยาทาฆ่าเชื้อ สำหรับผู้ที่เป็นแผลในช่องปากจากการติดเชื้อมากกว่า โดยส่วนมากจะมีลงตามร้านขายยาอาจจะไม่ทุกร้าน โดยตัวยาสำคัญจะเป็นยาที่ช่วยสมานแผลในช่องปาก ลดการอักเสบของเหงือก รวมถึงบางตัวก็จะมียาชาเฉพาะจุด เพื่อลดอาการเจ็บปาก เป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ยังใช้สำหรับทาลดอาการเจ็บเหงือกเวลาเด็กฟันงอกอีกด้วย

ยาป้ายแผลในปากที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อ

แผลในช่องปากที่เกิดจากการติดเชื้อในช่องปาก โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการติดเชื้อราและเชื้อไวรัสในช่องปาก แต่ถ้าเป็นเชื้อแบคทีเรีย ก็มักจะตามมาด้วยปัญหาฟันพุตามมาด้วย โดยยาทาที่มักนิยมใช้ส่วนใหญ่ที่ใช้ก็จะเป็นตัวยาต้านไวรัส ชื่อ ACICLOVIR หรือ ยาฆ่าเชื้อรากลุ่ม MICONAZOLE NITRATE โดยยี่ห้อยอดนิยมที่ใช้กันมีดังนี้

กลับสู่สารบัญ

จากภาพยา 3 ตัวด้านบนจะเป็นยาที่ใช้สำหรับการเกิดแผลบริเวณปากที่เกิดจากการติดเชื้อเริม ที่มีตุ๋มใส จากที่ได้อธิบายไปก่อนหน้า ซึ่งหากนำไปใช้กับแผลในปากที่ไม่ได้เกิดการติดเชื้อ ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร โดยทั้งยาป้ายปากทั้ง 3 ตัวมีตัวยาเดียวกันคือ ACYCLOVIR สามารถใช้แทนกันได้

ยาป้ายปาก

Daktarin oral gel

เป็นยาฆ่าเชื้อรา สำหรับป้ายปาก สำหรับแผลในปากที่เกิดจากการติดเชื้อรา เช่น ลิ้นเป็นฝ้าขาว มีการแตกและเกิดแผลร่วม โดยจะใช้แผลในปากจากเชื้อราเท่านั้น และเด็กสามารถกลืนได้ปลอดภัย

ยาม่วงป้ายปาก หรือ เยนเชียน ไวโอเล็ต

ตอนเด็กๆ เราจะคุ้นเคยกับยาตัวนี้ดี เวลาที่เป็นแผลในปากหรือลิ้นเป็นฝ้า ผู้ใหญ่จะนำยานี้มาป้ายปาก โดยยานี้สามารบางคนก็ยังติดนำยาตัวนี้มาใช้กับลูกๆตนเอง แม้ว่าจะมีมานานแล้วก็ตาม

ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้ยากลุ่มนี้

  • ไม่ควรใช้ยาในผู้ที่แพ้ยาหรือส่วนผสมในยาเหล่านี้
  • สำหรับแผลที่ปาก ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น โรคเริม หรือ การติดเชื้อรา ที่ช่องปาก จะห้ามใช้ยาป้ายปากกลุ่มที่มีสเตียรอยด์ เนื่องจากยาดังกล่าว จะทำให้แผลในปากไม่หายแล้ว จะยิ่งทำให้การติดเชื้อของแผลที่ปากลุกลามมากขึ้นได้ เพราะฉะนั้นการเลือกใช้ยาสำหรับคนกลุ่มนี้ เราจะเลือกใช้ยาป้ายที่เป็นยาฆ่าเชื้อที่ปากในกลุ่มนั้นๆ ร่วมกับยาป้ายที่ไม่มีสเตียรอยด์มากกว่า
  • ส่วนแผลร้อนใน หรือแผลที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ สามารถใช้ยากลุ่มนี้ได้ทุกแบบ ยกเว้น ยาทาแผลในปากที่เป็นยาฆ่าเชื้อ เพราะยากลุ่มนี้ใช้รักษาเฉพาะแผลในปากที่เกิดจากการติดเชื้อเท่านั้น
  • ไม่ควรใช้ยาป้ายที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นวัณโรค
  • ถ้าใช้ยาเหล่านี้แล้วอาการของแผลในปาก ไม่ดีขึ้นใน 7 วัน ควรหยุดใช้ยาและตรวจหาสาเหตุของแผลในปากอีกครั้ง

ยาอื่นๆที่ใช้รักษาแผลในปากร่วมกับยาป้าย

หากแผลในปากมีการรุกรามหรือเป็นมากในหลายๆจุด การใช้เพียงยาป้ายปากอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอ ทำให้ต้องใช้ยาอื่นๆร่วมด้วย เช่น ยาปฏชีวนะ Dicloxacillin สำหรับแผลในปากที่เกิดจากการติดเชื้อ ยาหวานชง ยาขมชง หรือ ยาน้ำเขากุย สำหรับแผลที่เกิดจากการ้อนในในปากถึงจะทำให้อาการแผลในปากหายได้เร็วขึ้น เพราะจุดอ่อนอย่างหนึ่งของการใช้ยาป้ายคือ ยาจะติดอยู่ที่แผลได้ไม่นาน เวลาที่รับประทานอาหาร หรือ ดื่มน้ำ ก็จะทำให้ยาหลุดออกได้ง่าย และการใช้ยาทาอย่างเดียวก็จะต้องเสียเวลาป้ายหากมีแผลบริเวณปากหลายๆจุด รวมถึงป้ายได้ยากบริเวณจุดที่อยู่ลึก

กลับสู่สารบัญ

สรุป

จากบทความด้านบน เราจะเห็นว่า แม้แต่ยาป้ายปากที่เราคิดดูแล้วว่าไม่น่าจะเป็นยาที่ต้องระวังอะไรมากมาย ก็มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ต้องระวังในการใช้เช่นกัน เพราะฉะนั้นก่อนใช้ยาใดๆ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบหรือสอบถามเภสัชกรก่อนใช้ยา และถ้าทานใดสงสัยก็สามารถสอบถามมาทางเพจของร้านเราได้ แล้วพบกันมั้ยกับสาระความรู้เรื่องยาในบทความหน้า บะบาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *