ลดน้ำหนักอย่างไรให้ไม่โทรม ไม่เกิดโยโย่

ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก กี่ครั้งแล้วทีพูดคำๆนี้ กี่ครั้งแล้วทีตั้งเป้าหมายกับเรืองนี้ กี่ครั้งแล้วทีสัญญาว่าจะ ลด ลด ลด แล้วก็ไม่ลดซักกะที

             ลดน้ำหนัก คำซ้ำๆทีพูดกัน แต่ทำจริงๆนั้นช่างยากแสนยากสำหรับสาวๆหลายๆคน แต่บางคนก็สามารถควบคุมน้ำหนักได้ดีและลดได้อย่างรวดเร็วตามทีใจหวัง แต่สุดท้ายร่างกายทีได้กับทรุดโทรมกว่าตอนแรกทียังไม่ได้ลดเสียอีก แถมพอเวลาผ่านไปไม่นาน ร่างกายกับเกิดโยโย่ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าเมื่อก่อน ปัญหาต่างๆเหล่านี้ของคุณจะลดลงเมื่อคุณอ่านบทความนี้จนจบ เพราะถ้าคุณเข้าใจร่างกาย คุณจะลดน้ำหนักได้อย่างมีความสุขและยังยืนนั้นเอง โดยเราจะแบ่งเป็น 2 หัวข้อว่า

1.ทำอย่างไรถึงไม่โทรมเวลาทีลดน้ำหนัก

2.ทำอย่างไรถึงไม่เกิดโยโย่

ลดน้ำหนัก อย่างไรให้ไม่โทรม

                 ผอมแล้วได้อะไร ถ้าผอมแล้วดูโทรมดูไม่สวยสง่ามีราศีจับหรือเปล่งประกายมีออร่า ความผอมนั้นอาจทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัว หลายๆครั้งผู้หญิงเวลาทีลดน้ำหนักมักจะมุ่งมั่นไปทีน้ำหนักทีลดลงอย่างเดียว ยิ่งลดไวยิ่งดี ทำให้ลดน้ำหนักแบบผิดๆด้วยการอดอาหาร ตรงจุดนี้สำคัญมากทีทำให้เราดูโทรมและบางคนจะชั่งน้ำหนักวันหนึ่งบ่อยมาก จนตาชั่งร้องขอชีวิต แต่จะมีเพียงไม่กี่คนทีคำนึงถึงสุขภาพร่างกายในด้านอื่นๆ การทีน้ำหนักเราลดได้นั้นร่างกายเราจะต้องดึงไขมันทีเป็นส่วนเกินของร่างกายออก(ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกินออก)และลดการเกิดไขมันสะสม(ลดการกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต แป้ง น้ำตาล และไขมัน) แต่ประเด็นอยู่ทีว่าในขณะที่ร่างกายเผาผลาญ ร่างกายไม่ได้ดึงเพียงไขมันตามร่างกายออกเท่านั้น ร่างกายจะดึงเอาน้ำตาลทีอยู่ในเลือด ไกลโคเจน(คาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง)ทีสะสมอยู่ทีตับ และ ส่วนสุดท้ายและเป็นส่วนสำคัญทีสุดเลยที่ร่างกายจะดึงไปใช้เป็นพลังงานนั้นคือ “โปรตีน”

                  ในขณะทีเราออกกำลังกายร่างกาย จะดึงเอาแหล่งพลังงานทั้ง 3 แหล่งได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน ไปพร้อมๆกัน แต่จะดึงในสัดส่วนไม่เท่ากัน โดยธรรมชาติร่างกายจะดึงโปรตีนเป็นส่วนน้อยทีสุด เนื่องจากโปรตีนจะถูกรักษาไว้เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื้อและอวัยวะในส่วนต่างๆของร่างกายเรา  แม้ว่าโปรตีนจะถูกดึงไปใช้น้อย แต่ถ้าเมื่อไหร่ร่างกายถูกดึงเอาโปรตีนไปใช้มากๆหรือบ่อยขึ้นนั้นเป็นสัญญาณทีไม่ดีเท่าไหร่นักสำหรับร่างกาย  เพราะนั้นหมายความว่าร่างกายเราเกิดการสึกหรอขึ้นเรื่อย หากปล่อยไว้เรื่อย ร่างกายจะเกิดการอักเสบ ทำให้ปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกาย ผิวพรรณทีเคยดูมีน้ำมีนวลก็จะดูแห้งและไม่ชุ่มชื่นเหมือนเดิม  ทีร้ายไปกว่านั้นคือสารสื่อประสาทและฮอร์โมนต่างๆในร่างกายทำงานผิดเพี้ยนไป ซึ่งเป็นสัญญาณทีบ่งบอกแล้วว่าร่างกายเรารับประทานอาหารเข้าไปไม่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้ การอดอาหาร นั้นไม่ใช่คำตอบทีถูกต้องนักสำหรับการลดน้ำหนัก และอะไรคือสิ่งทีถูกต้องล่ะ สิ่งนั้นคือ การปรับเปลี่ยนอาหาร และลดปริมาณลงต่างหาก

        การปรับเปลี่ยนอาหารหมายความว่าอย่างไร

  • เปลี่ยนจากการทานอาหารคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว(Simple Carbohydrate) เช่น น้ำหวาน เค๊ก คุ๊กกี้ ข้าวขาว เส้นก่วยเตี้ยว เป็น คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน(Complex Carbohydrate) ซึ่งเป็นอาหารทีประกอบไปด้วยใยอาหารและธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวิต  อาหารจำพวกถั่วต่างๆ ซึ่งอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตนี้มีส่วนในการทำให้น้ำหนักขึ้นมากๆเลยหากเราเลือกไม่ทานแต่คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวมากๆ เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตประเภทนี้มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง (Glycemic Index)
  • รับประทานอาหารจำพวกไขมันชนิดเลว (Trans Fatty Acids) เช่นไขมันจากเนยเทียม วีปครีม อาหารทอดต่างๆให้น้อยลง เเต่เปลี่ยนไปทานไขมันชนิดดี(Omega Fatty Acids) เช่น ไขมันจากปลาต่างๆ น้ำมันมะกอก โดยห้ามอดไขมันเลยน่ะ เพราะไขมันก็เป็นแหล่งทีร่างกายนำพลังงานไปใช้เช่นกัน และมีบทบาทในการให้ความอดอุ่นแกร่างกาย และเป็นเกราะปกป้องให้กับผิวเราอีกด้วย
  • ทานโปรตีนทีมีประโยชน์แกร่างกาย เช่น โปรตีนจากปลา โปรตีนจากนม เวย์โปรตีน คอลลาเจน  หลีกเลี่ยงโปรตีนที่ถูกอุ่นด้วยความร้อนมากเกินไปหรือเกิดการย่างจนไหม้ เช่น หมูปื้ง ไก่ทอด แต่ห้ามอดโปรตีนเด็ดขาด เพราะเป็นสารอาหารทีสำคัญทีสุดของร่างกาย และถ้าไม่อยากเป็นสาวโทรม ควรทานโปรตีนให้เพียงพอ โปรตีนในท้องตลาดก็มีให้เลือกมากมายแต่ แต่สำหรับสาวๆทีออกกำลังกายหรือไม่มีเวลาทานจุกจิกเวลาทำงานก็สามารถ ดูผลิตภัณฑ์โปรตีนเสริมต่างๆได้เลย ทีนี้ เพราะโปรตีนคือสำคัญทีสุดทีจะช่วยให้เราดูดี ไปพร้อมๆกับการลดน้ำหนัก และนอกจากนี้โปรตีนยังมีบทบาทอื่นทีช่วยในการลดน้ำหนักอีกด้วย ในหัวข้อถัดไป

ลดน้ำหนัก อย่างไรไม่ให้เกิดโยโย่

โยโย่ คำทีชอบมาพร้อมกับการลดน้ำหนัก คำทีหลายๆคนทีลดน้ำหนัก ไม่อยากจะให้เจอกับตนเอง แต่หลายๆคนก็ยังเข้าใจผิดกับคำๆนี้ หลายๆ เช่น กินอาหารเสริมแล้วเกิดโยโย่บ้าง ไม่อยากลดน้ำหนักเพราะกลัวเกิดโยโย่บ้าง ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือการอดอาหารระหว่างลดน้ำหนัก หรือ ไม่ยอมกินอาหารหลังจากลดน้ำหนักแล้วเพราะกลัวเกิดโยโย่ โดยความหมายทีแท้จริงของโยโย่นั้นคืออะไร

            โยโย่ แอฟเฟค คืออะไร

โยโย่ แอฟแฟค (Yoyo Effect) คือ การแกว่งตัวของน้ำหนักตัวทีมากเกินไป เช่นน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว  และขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยน้ำหนักอาจขึินมามากกว่าเดิมทีเคยมี แล้วสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ประเด็นทีส่วนใหญ่ทีพบเจอนั้นเกิดจาก 1. ไม่เข้าใจร่างกาย 2.ไม่มีวินัยการดูแลร่างกายและการลดน้ำหนัก มากกว่าอาหารเสริมทีหลายๆคนเข้าใจด้วยซ้ำ (ยกเว้นอาหารเสริมทีแอบใส่ยาลดน้ำหนัก ชนิดกดศูนย์หิวทีสมอง)

  • ไม่เข้าใจร่างกายและการลดน้ำหนักทีถูก

หลายๆคนอดอาหารหลายอย่างเพื่อควบคุมน้ำหนักซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก เนื่องจากการอดอาหารนั้นทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายเสีย เนื่องจากการอดอาหารจะไปรบกวนระบบของฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid Hormone System) ในร่างกายทีมีบทบาทในการเผาผลาญ เมื่อเราอดอาหารมากเกินไป (โดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีน) ในขณะลดน้ำหนักฮอร์โมนตัวนี้จะค่อยๆลดบทบาทลง แต่เมือเรากลับมาทานอาหารใหม่ในภาวะเท่าเดิมหรือโหยหาอาหารมากกว่าเดิม ฮอร์โมนตัวนี้จะยังเผาผลาญน้อยอยู่ เนื่องจากฮอร์โมนจะปรับตัวอย่างช้าๆ จึงทำให้ร่างกายกลับมาน้ำหนักเท่าเดิมหรืออ้วนมากกว่าเดิม

การกินอาหารเสริมอย่างเดียวโดยไม่ออกกำลังกาย อาหารเสริมลดน้ำหนักเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของการลดน้ำหนัก และเนื่องจากอาหารเสริมนั้นร่างกายไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราเร่งเผาผลาญในทันทีอย่างรวดเร็ว ซ่ึงบางคนกินในปริมาณทีเกินขนาด ทำให้ฮอร์โมนต่างๆทีเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักเกิดการทำงานทีซับสน ทำให้หลังจากทีหยุดอาหารเสริมแล้วระบบเผาผลาญของร่างกายยังไม่กลับมาทำงานแบบปกติจึงทำให้เกินการเพิ่มของน้ำหนักทีรวดเร็วนั้นเอง

ความเครียดต่างๆ เมื่อเราเครียดร่างกายจะกระตุันฮอร์โมนทีใช่เผาผลาญมาก เช่น คอร์ติซอล(Cortisol) ร่างกายต้องการอาหารเพือเผาผลาญมากขึ้น ทำให้เราต้องหาของกินมาบำบัดความหิวของเราเพิ่มขึ้นไปอีกนั้นเอง

โรคบางอย่าง ก็ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญนำเอาพลังงานไปใช้ของเราทำงานผิดเพี้ยนไป เช่นผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน

  • ไม่มีวินัยในการดูแลร่างกายและการลดน้ำหนัก

พฤติกรรมหลายๆอย่างก็นำไปสู่ความอ้วน เช่นการอดนอน  จะมีผลกับการทำงานทีเกี่ยวฮอร์โมนทีเกี่ยวกับการเผาผลาญเช่น ไทรอยด์ฮอร์โมน(Thyroid Hormone) ทีลดลงทำให้เกิดการสะสมของไขมันต่างๆได้เร็วขึ้นนั้นเอง

พฤติกรรมการกิน กินอาหารทีมีไขมันอยู่บ่อยๆ ร่างกายจะกระตุ้นให้สร้างฮอร์โมนเลปติน(Leptin Hormone) อยู่บ่อยๆซึ่งเป็นฮอร์โมนทีเกี่ยวกับการลดความอยากอาหาร ทีสงสัญญาณไปบอกสมองว่าให้รู้สึกอิ่มแล้วหยุดทานอาหาร  แต่เมื่อฮอร์โมนนี้ถูกกระตุ้นออกมาอยู่เรื่อยๆ สมองจะเกิดความชินช้ากับมัน จนทำให้การอิ่มของเราเกิดได้ยากขึ้น ทำให้กินเท่าไหร่ก็ไม่อื่มซักที

การออกกำลังกายแบบผิดๆ หลายคนอาจจะงง การออกกำลังกายแบบเผาผลาญด้วยวิธีการหักโหมและไม่สม่ำเสมอไม่ได้ช่วยให้ร่างกายลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มันจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมไปมากกว่าเดิมและเพิ่มโอกาสการเกิดโยโย่ได้อีกด้วยเนื่องจากร่างกายโหยหาอาหารอย่างมากหลังออกกำลังกายเสร็จ

เมื่อเราเข้าใจอย่างนี้แล้ว  แอดมินหวังว่าการลดน้ำหนักก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่เราต้องทำความเข้าใจร่างกายของเราให้ถูก ปรับวิธีชีวิตและพฤติกรรมการใช้ชีวิต และทีสำคัญห้ามอดอาหารในการลดน้ำหนักโดยเฉพาะอาหารกลุ่มโปรตีนน่ะครับ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าพยายามทำหลายๆอย่างแล้วเราก็สามารถหาตัวช่วยเราในการลดน้ำหนักได้ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด ไปดูตัวช่วยเราให้หุ่นสวย แบบไม่โทรมได้เลย >>> ผู้ช่วยลดน้ำหนัก คลิก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ติดต่อร้าน WW Healthyplus