รีวิว 9 ยาบำรุงเลือด แก้โลหิตจาง ยอดนิยม ยี่ห้อไหนดี ในร้านขายยา อัปเดต 2021

ยาบำรุงเลือด

เวลาที่เราไปบริจาคเลือด หลังจากบริจาคเสร็จ ก็มักจะได้ยาเม็ดแดงกลับมา คนที่ไปครั้งแรกก็อาจจะงงว่า หลังจากบริจาค ทำไม่ได้ยาอะไรมากินด้วย สิ่งนั้นก็คือ ยาบำรุงเลือด โดยสถานบริจาคก็ให้เรากลับมาทานเพื่อเสริมสร้างเม็ดเลือดที่สูญเสียไปตอนบริจาคนั้นเอง

ยาบำรุงเลือด คืออะไร

ยาบำรุงเลือด คือ ยาทีช่วยในการเสริมสร้างเม็ดเลือด ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาว โดยส่วนใหญ่แล้วยาที่อยู่ในกลุ่มนี้ ก็จะเป็นวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของเม็ดเลือด เช่น ธาตุเหล็ก ที่เป็นส่วนประกอบของ ฮีม (Heme) ใน ฮีโมโกลบินของเม็ดเลือดแดง

กินอย่างไร กินตอนไหน ให้ปลอดภัย

ขึ้นชื่อว่าเป็นยา เมื่อมีคุณก็หย่อมมีโทษและข้อควรระวัง โดยยาบำรุงเลือดหลายตัว ที่มีองค์ประกอบของธาตุเหล็ก (Ferrous) ไม่ว่าจะอยู่ในรูปเกลือแบบไหน เช่น Ferrous Fumarate ที่อยู่ใน FBC หรือ Ferrous Sulfate ที่อยู่ใน Haemovit ไม่ควรให้รับประทานในกลุ่มคนที่เป็นโรคโลหิตจางในกลุ่ม ธาลัสซีเมีย (Thalassemia) หรือ ผู้ที่มี ภาวะเหล็กเกิน (Hemochromatosis)

ใครควรรับประทาน ยาบำรุงเลือด

  • ผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง (Anemia) ทีเกิดจากร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง เนื่องจากร่างกายขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี และ โฟลิค ในการผลิตเม็ดเลือด
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคที่ทำให้เกิดการสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง เช่น ไตวาย ไขกระดูกสันหลังผิดปกติ หรือ เป็นมะเร็งที่ไขกระดูก
  • ผู้ที่มีการสูญเสียเลือดออกจากร่างกายปริมาณมาก เช่น สูญเสียเลือดที่เกิดจากอุบัติเหตุ  การมีประจำเดือนมากเกินไป  ภาวะตกเลือดต่างๆ
  • ผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์หรือท้องแล้วก็สามารถทานบำรุงเลือดได้
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคธาลัสซิเมีย เราจะแนะนำให้ทานเฉพาะ Folic acid หรือ โฟเลต เพื่อบำรุงเลือด จะไม่แนะนำยาบำรุงเลือดที่มีองค์ประกอบของธาตุเหล็ก
  • ผู้ที่ไปบริจาคเลือด เนื่องจากการบริจาคเลือดมีการสูญเสียเลือดปริมาณมาก การทานยาบำรุงเลือด ก็ช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดมาใหม่ได้ดีขึ้น ได้สมบูรณ์ขึ้นและไม่ช้าจนเกินไป

“เกร็ดความรู้”

การรับประทาน วิตามินซี จะใช้ช่วยให้ธาตุเหล็กใน ยาบำรุงเลือด ดูดซึมได้เพิ่มมากขึ้น

ยาบำรุงเลือดมีกี่แบบในร้านขายยา

จริงๆแล้วเราไม่ได้แบ่งยาบำรุงเลือดตายตัวว่ามีกี่แบบ ซึ่งยาบำรุงเลือดส่วนใหญ่ในท้องตลาดจะประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน 2 ตัวนี้คือ ธาตุเหล็ก และ กลุ่มวิตามินบี โดยเราจะแบ่งออกเป็น ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ และ ไม่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ แล้วในร้านขายยาเขามียี่ห้ออะไรขายกันบ้าง ไปดูกัน

ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ

โดยส่วนใหญ่ในท้องตลาดแล้ว ยาบำรุงโลหิตก็จะมีธาตุเหล็ก (Ferrous หรือ Fe) โดยธาตุเหล็กโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปเกลือ Ferrous Sulfate และ Ferrous Fumarate เป็นส่วนใหญ่ เพราะเกลือ 2 รูปแบบนี้จะให้ปริมาณธาตุเหล็กต่อเม็ดได้สูงกว่าชนิด ชนิดอื่นๆโดยที่มีขนาดเม็ดไม่ต้องใหญ่มากนั้นเอง มีตัวไหนบ้างไปดูกัน

Haemovit

ถ้าพูดถึงยาบำรุงเลือด คงไม่มีใครไม่รู้จักเฮโมวิต เจ้าของเดียวกับยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน เพราะถือได้ว่าเป็นยาบำรุงเลือดที่มีมายาวนานมาก โดยมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2485 ยาวววมากอายุจะเกือบ 100 ปี โดยเราจะรู้จักในสโลแกน ยาบำรุงเลือดเม็ดสีแดง ต้องเฮโมวิตเลย โดยจะเม็ดเม็ดเคลือบกลิ่นง่าย ไม่ค่อยมีกลิ่นแรงของธาตุเหล็กและวิตามินบี

ดูข้อมูล Haemovit เพิ่มเติม

Haemovit Gold

เป็นตัวน้องใหม่ล่าสุด ของบริษัท Boss เจ้าของเดียวกับ Haemovit กับ ยาธาตุน้ำขาวกระต่ายบิน ที่ออกแบบมาให้รับประทานสำหรับบำรุงเลือดแล้ว ยังช่วยบำรุงระบบประสาท ลดอาการอ่อนเพลียอ่อนล้าจากการทำงานหนัก รวมถึงบำรุงสายตาได้อีกด้วย โดยในหนึ่งเม็ดนอกจากประกอบไปด้วยธาตุเหล็กแล้ว ตัวนี้ยังมีส่วนผสมของวิตามินบีรวม และ วิตามินเออีกด้วย

ดูข้อมูล Haemovit gold เพิ่มเติม

FBC

ถ้าใครที่ได้ไปบริจาคเลือดบ่อย ก็จะรู้จักกับตัวนี้ดี เพราะตัวนี้เป็นยาบำรุงเลือดยอดนิยม สำหรับผู้ที่ไปบริจาคเลือดกับสภากาชาติ หรือ ผู้สูงอายุที่ได้รับมาจากโรงพยาบาล โดยธาตุเหล็กที่เป็นส่วนประกอบจะเป็น Ferrous Fumarate แตกต่างจาก เฮโมวิต ที่เป็น Ferrous sulfate แต่ประสิทธิภาพในการบำรุงเลือดก็ไม่ได้แตกต่างกัน

ที่ได้ชื่อว่า FBC เพราะว่าเขามีส่วนประกอบ F (Ferrous) คือ ธาตุเหล็ก , B (Vitamin B) , C (Vitamin C) เป็นองค์ประกอบในเม็ดนั้นเอง

ดูข้อมูล FBC เพิ่มเติม

Ferli 6

ยาบำรุงเลือดตัวนี้ ก็เป็นอีก 1 ตัว ที่โรงพยาบาลชอบจ่ายให้กับผู้ป่วย โดยสูตรของเขาก็จะคล้ายๆกับตัว FBC เพียงแต่มีชนิดของวิตามินบีน้อยกว่าเท่านั้นเอง

ดูข้อมูล Ferli 6 เพิ่มเติม

ยาบำรุงเลือดที่ไม่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ

ส่วนใหญ่ยาบำรุงโลหิตในกลุ่มนี้จะเป็นวิตามินบีและโฟลิคเป็นองค์ประกอบเป็นส่วนใหญ่ เพราะวิตามินตัวนี้มีบทบาทกับเลือดของเราหลายๆอย่างตั้งแต่ ช่วยป้องกันโลหิตจาง ช่วยในการผลิตเซลล์เม็ดเลือด ควบคุมระดับไขมันในเลือด และ เพิ่มการไหนเวียนเลือด แล้วในท้องตลาดมีตัวไหนบ้างไปดูกัน

Newphavit

เป็นตัวบำรุงเลือดอีกยี่ห้อดีดังพอๆกับ เฮโมวิต เพียงแต่มีความแตกต่างตรงที่ว่า Newphavit จะไม่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบนั้นเอง ทำให้ยาบำรุงโลหิตตัวนี้สามารถทานได้ในผู้ป่วยโรคเลือดทุกชนิด เช่น โรคธาลัสซีเมียโดยสารสำคัญหลักจะเป็นกลุ่มวิตามินบี 1 , 2 , 5 , 6 และ บี 12 ทำให้ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และ เพิ่มความยากอาหารได้เป็นอย่างดีสำหรับคนที่รับประทานตัวนี้

ดูข้อมูล Newphavit เพิ่มเติม

Newphavit plus

เป็นตัวที่ทำต่อจาก Newphavit สูตรปกติโดยสูตรก็จะคล้ายๆของเดิม เพียงแต่ว่าจะเพิ่มสารสกัดจากยีสต์ที่มีองค์ประกอบของวิตามินบีเพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง โดยตัวนี้จะช่วยเรื่องคนที่เป็น โรคเหน็บชา โลหิตจาง จากการขาดวิตามินบี

ดูข้อมูล Newphavit plus เพิ่มเติม

โฟลิค องค์การเภสัช

สำหรับคนที่เตรียมตั้งครรภ์ หรือ ตั้งท้องฝากครรภ์เรียบร้อย ก็จะรู้จักตัวนี้ดีเพราะว่า่คุณหมอก็จะให้ยาบำรุงเลือดเม็ดสีเหลืองเม็ดกลมเล็กๆตัวนี้มาทาน เพราะนอกจาก โฟลิค จะช่วยบำรุงเลือดแล้วยังช่วยบำรุงระบบประสาทและพัฒนาการของลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์เลยทีเดียว

โดยเด็กที่ขาดโฟลิคตั้งแต่อยู่ในครรภ์ อาจะเกิดการสร้างของระบบประสาทและสมองได้ไม่เต็มที่ ที่เรียกว่า Neural tube defects ทำให้เกิดปัญหาของระบบประสาทเติมโตได้ไม่เติมที่หลังจากคลอด

ดูข้อมูล Folic acid GPO เพิ่มเติม

Blackmore folic acid

แบรนด์ดังอย่าง Blackmore ก็ไม่พลาดที่จะทำยาบำรุงเลือดออกมากับเขาด้วย โดย Blackmore folic acid ถือเป็นอีก 1 item ขายดีของแบรนด์เลยก็ว่าได้ สำหรับคุณแม่ที่เตรียมตั้งครรภ์สามารถทานบำรุงไว้แต่เนิ่นๆได้เลย แต่ปริมาณต่อเม็ดอาจจะใส่ไม่สูงเท่ากับ Folic acid ของ GPO ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อปริมาณความต้องการของผู้ที่เตรียมมีน้อง

ดูข้อมูล Blackmore Folic เพิ่มเติม

Demosana iron c

ตัวนี้ถือได้ว่ามาแปลกแหวกแนวกว่าตัวอื่นๆ เป็นยาบำรุงเลือดชนิดเม็ดฟู่ รสชาติอร่อย ทานง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงเลือดแต่เป็นคนทานยายาก โดยเฉพาะยากลุ่มนี้จะมีกลิ่นค่อนข้างแรงเนื่องจากว่า ธาตุเหล็ก และ วิตามินบี เป็นแร่ธาตุและวิตามินที่มีกลิ่นยาที่รู้สีกได้ง่ายเวลารับประทานหรือแม้แต่เวลาปัสสาวะ ยังได้กลิ่นของวิตามินเหล่านี้เลย

ดูข้อมูล Demosana iron เพิ่มเติม

ข้อควรระวังและข้อห้าม

  • หากขึ้นชื่อว่ายาแล้วมีคุณก็อาจมีโทษได้เช่นกันหากใช้แบบไม่เข้าใจ ยาบำรุงเลือดก็เช่นกัน
  • ผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย ไม่ควรรับประทานยาบำรุงโลหิตที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก และ ผู้ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียก็ควรหลีกเลี่ยง
  • คนที่รับประทานแคลเซียมหรือยาที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมของแคลเซียมในร่างกาย เช่นยากลุ่ม Bisphosphonate ไม่ควรทานร่วมกับยาที่มีส่วนผสมของเหล็ก
  • ไม่ควรรับประทานธาตุเหล็กร่วมกับยาฆ่าเชื้อ และ ยาต้านไวรัส ควรรับประทานห่างกัน 2 ชั่วโมง
  • ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน (Hemochromatosis) ไม่ควรทานยาที่มีส่วนผสมของเหล็ก
  • ไม่รับประทานยาบำรุงโลหิตที่มีช่วยผสมของธาตุเหล็ก ร่วมกับยาพาร์กินสัน ยากดภูมิต่างๆ
  • สำหรับผู้ที่เป็นแผลในกระเพาะหรือแผลที่ลำไส้ ไม่แนะนำให้ทานธาตุเหล็ก เพราะอาจทำให้ไม่เห็นสีของอุจจาระที่เปลี่ยนแปลงเวลาที่เกิดเลือดออกที่ลำไส้หรือกระเพาะ เพราะธาตุเหล็กทำให้อุจจาระสีเข้มจนบดบังอาการของโรคเหล่านี้
  • ผู้หญิงที่ประจำเดือนมามากแต่ไม่มีอาการซีด ไม่แนะนำใหัรับประทานธาตุเหล็กมากเกินไป
  • ไม่ทานยานี้ร่วมกับชา หรือ กาแฟ

สรุป

ถึงแม้ว่ายาบำรุงเลือดจะมีประโยชน์กับร่างกายในหลายๆด้าน แต่การนำมาใช้ก็ต้องศึกษาหาข้อมูล หรือควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากทานมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องทางโลหิตวิทยา หรือโรคอื่นๆที่อาจมีผลกระทบจากการรับประทานยานี้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นแทนที่จะได้รับประโยชน์จากการทาน อาจจะก็ให้เกิดโทษแทนได้ จบแล้ว !!! แล้วเจอกันใหม่กับบทความหน้าบะบายย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *