36 คำสอนของพ่อ ที่พระองค์จะบอกกับเรา

คำพ่อสอน

คำสอนของพ่อ ยังคงฝากไว้แม้ในวันที่พ่อไม่อยู่แล้ว ซึ่งแอดนำมาถอดความหมาย และคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับหลายๆคน ให้เข้าใจสิ่งที่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ต้องการจะบอกเรา ไว้เป็นแผนที่ในการดำเนินชีวิตให้ดียิ่งขึ้นไป

ซึ่งก่อนจะอ่านบทความนี้ แอดก็อยากให้หลายๆคนเปิดใช้ที่จะอ่าน เพราะว่าในเหตุการณ์ปัจจุบันขณะนี้เราพบความเปลี่ยนแปลงทางความคิดที่แตกต่างระหว่างเด็กรุ่นใหม่ๆและคนรุ่นพ่อแม่ปูย่าต่างๆอยู่มาก แต่แอดอยากฝากไว้ว่าวันนี้เราอยากเปลี่ยน แล้วเราได้เปลี่ยนแบบแผนชีวิตในแต่ละวันของเราแล้วหรือยัง

คำสอนของพ่อ 36 แผนชีวิตของพ่อ ถอดความหมายที่พ่อให้ไว้

ก่อนอื่นแอดต้องขอกล่าวไว้ก่อนว่า ความหมายที่ให้ไว้ในบทความนี้เป็นสิ่งที่แอดได้แปลความออกมาอีกที ซึ่งอาจจะมีผิดบ้าง ถูกบ้าง ขึ้นกับการตีความของแต่ละคน หากใครคิดว่าความหมายที่ให้ไว้ไม่ตรงกับที่ตนเองคิดก็ไม่ได้หมายความว่าเราคิดผิดแต่อย่างใด

1.ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจาน อย่างจริงใจ

พ่ออยากให้เห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆน้อยที่ได้รับ เพราะยังมีคนที่ลำบากต้องการสิ่งเหล่านี้อยู่อีกมาก

2.อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก”ปัญญา”และ”ความกล้าหาญ”

พ่อรู้ว่าการขอสิ่งอื่นนั้นย่อมไม่ยังยืน มีมาก็มีหมด แต่ปัญญาและการกล้าทำสิ่งต่างๆตะหากถึงต่อยอดได้

3.”เพื่อนใหม่”คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน”เพื่อนเก่า”/”มิตร”คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า

เพื่อนเก่าคือเพื่อนที่จะรู้ใจเราและเข้าใจเรามากที่สุดเวลาที่เรามีปัญหา แต่เพื่อนอาจนำสิ่งใหม่มาให้เราที่เพื่อนเก่าอาจไม่มี

4.อ่านหนังสือธรรมะปีละเล่ม

ความดีนั้นแม้จะทำยาก แต่ก็ต้องทำ ต้องค่อยๆสะสม

5.ปฏิบัติต่อคนอื่น เช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา

ทุกคนล้วนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีของตน เราเองก็ต้องการสิ่งๆนี้เหมือนกัน ผู้อื่นที่เราปฎิบัติก็ต้องการเช่นกัน เพราะฉะนั้นจงมอบสิ่งดีๆให้แกกันและกัน

6.พูดคำว่า”ขอบคุณ”ให้มากๆ

คำขอบคุณ จะช่วยส่งเสริมกำลังใจให้กับผู้รับ และลดอัตตาของผู้พูด และสร้างมิตรภาพเพิ่ม

7.รักษา”ความลับ”ให้เป็น

พ่อสอนว่า คนทุกคนล้วนมีความลับ เพราะเราทุกคนเป็นเพียงมนุษย์ผู้ที่ทำผิดทำพลาดได้ และเรื่องบางเรื่องต้องรอเวลาเพื่อบอกความจริงทั้งหมด

8.ประเมินคุณค่าของการให้”อภัย”ให้สูง

การให้อภัยคนซักคน อาจจะช่วยปลดปล่อยความทุกข์ ทำให้ชีวิตของผู้รับเหมือนได้ชีวิตใหม่อีกครั้งเลยก็เป็นได้ และอาจจะได้กัลยาณมิตรใหม่เพิ่มมาอีกคน

9.ฟังให้มาก แล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี

การฟัง ช่วยให้เราเข้าใจคนๆนั้นได้มากขึ้น และ ช่วยให้เข้าได้ระบายสิ่งที่อึดอัดในใจออกมา ซึ่งเขาไม่อาจจะระบายเรื่องนั้นๆให้คนใกล้ชิดฟังได้ และทำให้เราได้เพื่อนเพิ่มอีกคนก็เป็นได้

10.ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิและรู้แก่ใจว่าเป็นจริง

การยอมรับความผิดพลาดที่แท้จริง เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับปรุง การเปลี่ยนแปลงชีวิต ให้ไปสู่ทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม และคนทีชี้ให้เห็นความผิดพลาดเรานั้น มักเป็นคนที่รักเราและหวังดีกับเราจริงๆ

11.หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่

ไม่มีใครไม่เคยทำผิด ไม่มีใครเกิดมาไม่เคยพลาด การทำผิดเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ เพราะฉะนั้นอย่ากลัวที่จะลุกขึ้นมาแก้ไขสิ่งนั้นให้อีกครั้ง

12.เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนัก คิดเสมอว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว

งานที่หนักพิสูจน์อะไรหลายๆอย่าง เมื่อเจองานหนัก สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกไม่ใช่งาน แต่คือความคิด ต้องขจัดความคิดลบออกให้ได้มากที่สุด เช่น ความกลัว ความท้อแท้ และ ใช้พลังไปกับการทำงานนั้นจนสำเร็จให้จนได้

13.อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟท์

ในโลกธุรกิจ บางครั้งก็ไม่มีมิตรแท้ หรือ มีศัตรูที่ถาวรเช่นกัน ซึ่งในลิฟท์เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เพราะความลับทางธุรกิจต่างๆอาจรั่วไหลได้ และการคุยเรื่องธุรกิจต้องใช้เวลามากกว่าแค่เวลาอยู่ในลิฟท์อะน่ะ

14.ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน

คำสอนของพ่อเรื่องการเงิน บัตรเครดิต ผลิตภัณฑ์ทางการเงินของธนาคารที่เป็นเสมือนดาบ 2 คม หากใช้ถูกวิธีก็จะอำนวยความสะดวกและได้สิทธิ์ประโยชน์ต่างๆเพิ่มมา ช่วยให้การบริหารจัดการเงินได้คล่องขึ้น แต่ถ้าใช้ผิดจะเป็นการเพิ่มพูนหนี้สินอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว

15.อย่าหยิ่ง หากจะกล่าวว่า”ขอโทษ”

คำขอโทษ จะทำให้เรารู้เนื้อรู้ตัว (มีสติ) ว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควร และเป็นการลดอัตตาในตัว และ ความขุ่นเคืองใจของผู้ที่เราได้พลาดพลั้งกระทำผิดไปลงด้วย

16.อย่าอาย หากจะบอกใครว่า”ไม่รู้”

ต่อให้เป็นบุคคลที่หลายๆคนในโลก ยกย่องว่าเก่ง ก็ไม่ได้รู้ไปทั้งหมดทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นความไม่รู้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การบอกว่าตนเองไม่รู้ต่างหาก ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ต่างๆ

17.ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง

ไม่มีหรอก ชีวิตที่ไม่เจออุปสรรค แม้แต่พระองค์เองซึ่งเป็นถึงกษัตริย์ที่หลายๆคนอาจคิดว่าน่าจะสุขสบาย ก็ย่อมมีปัญหาเช่นกัน

18.เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป

การทำสิ่งต่างๆ ยิ่งเป็นงานใหญ่แล้ว ต้องใช้เวลา ใจเย็นๆ ค่อยๆทำตามลำดับขั้น ตามแบบแผน

19.การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท

การประหยัดเป็นจุดเริ่มต้นของคนร่ำรวยหลายๆคน และเป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเงินทองต่อตนเองและผู้คนรอบข้าง ในยามขัดสน

20.คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต

เงินอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่หลายๆสิ่งในชีวิตต้องใช้เงิน ไม่ว่าจะปัจจุบันขณะ และ ในอนาคตที่เราไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่

21.ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อน คือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี

การทะเลาะแล้วด่าทอกันไปมา ไม่ก่อให้เกิดผลดีใดๆ การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเงียบก่อน ย่อมทำให้การทะเลาะยุติได้เร็วขึ้น และผู้ที่เงียบก่อนนั้นถือเป็นผู้ที่ควบคุมอารมณ์ และ สติสัมปัชชัญะ ได้ดีกว่า

22.ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด

การทำงาน ถ้ามองให้มันสนุกแล้ว เราจะทำงานโดยที่รู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องทำเป็นกิจวัตอยู่แล้ว

23.จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน

ให้ใช้จุดแข็งที่ตนเองมีทำสิ่งต่างๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสำเร็จในงานนั้นได้ง่ายมากกว่า การพยายามฝึกเอาชนะจุดอ่อนที่เรามี ซึ่งทุกคนมีจุดอ่อน ให้หาผู้อื่นที่มีความสามารถด้านนี้มาช่วยทำจะรวดเร็วกว่า แต่ก็อย่าลืมค่อยๆฝึกฝนและพัฒนาจุดอ่อนที่ตนเองมี

24.เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่น ที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เราพูด

การพูดถือเป็นการสือสารชนิดหนึ่งที่ทำได้รวดเร็ว แต่เวลาอธิบายสิ่งต่างๆให้ผู้ฟังทำความเข้าใจ เราต้องเข้าใจในเรื่องนั้นอย่างท่องแท้ ถึงจะอธิบายให้กับผู้ฟังเข้าใจได้

25.เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จ กับ ล้มเหลว

ชีวิตก็เช่นกัน มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว มีดีมีไม่ดี มีถูกมีผิดพลาด ถือเป็นเรืองธรรมดาที่พบเจอได้ อย่าไปยึดติดกับมันมากเกินไป

26.อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆเกิดขึ้น ล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น

การตามใจตัวเองถือเป็นเรื่องที่ทำได้บ้าง เพื่อไม่ให้ชีวิตเครียดจนเกินไป แต่การทำตามใจตัวเองมากไป โดยไม่สนใจคนรอบๆข้าง หรือ สังคมรอบข้าง มักนำมาซึ่งความวุ่นวาย หลายๆเรื่อง

27.ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน

การอยู่ในสังคม หรือ การอยู่ร่วมกัน อาจต้องมีการผ่อนหนัก ผ่อนเบา บ้าง เพื่อให้ทุกอย่างเดินต่อไปได้ การอยู่ในสังคมก็เช่นกันถ้าแข็งเกินไปทุกอย่างจะพังพินาจลงมาได้ รวมถึงตัวเราเองตัว

28.อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ(อย่าใจร้อน)

ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการเติบโต เมื่อถึงเวลาอันควร ใจเย็นๆค่อยๆทำ แล้ววันหนึ่งเมื่อถึงเวลาผลลัพธ์อันงดงามแห่งการปมเพาะจะแสดงให้เห็นเอง เพราะไม้ใหญ่ทุกต้น ย่อมผ่านการเมล็ดพรรณและต้นกล้ามาก่อน

29.ระลึกถึงความตายวันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีใช้อยู่

ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่ไม่นอน จะอยู่หรือตายเวลาไหนไม่มีใครรู้แน่นอน จงใช้ชีวิตให้มีความสุข และ อยากทำอะไรให้รีบทำตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ จะได้ไม่ติดข้างอะไรตอนที่ไม่อยู่แล้วอะน่ะ

30.ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดหมด

การทำสิ่งใดถ้าเริ่มต้นได้ไม่ถูก หรือ เริ่มต้นด้วยความเข้าใจที่ผิด พื้นฐานที่ผิด การทำเรื่องนั้นต่อไปอาจทำให้เรื่องนั้นๆผิดมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ประสบความสำเร็จ

31.ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ

ไม่ว่าทำสิ่งใดๆ ต้องมีระเบียบวินัย พยายามทำให้ได้ตามที่วางแผน ตามเวลา ไม่เช่นนั้นแล้วงานใดๆย่อมไม่เกิดผลสำเร็จ

32.จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

ชีวิตการเรียนรู้ไม่ได้เกิดเฉพาะตอนที่อยู่ในโรงเรียน หรือ รั้วมหาวิทยาลัย แต่ชีวิตคนเราต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อที่จะได้นำความรู้มาพัฒนาชีวิตตนเอง และ สังคม ให้ดียิ่งขึ้น ให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลง และมีอีกหลายเรื่องทียังต้องเรียนรู้ ให้พร้อมเรียนรู้จากผู้อื่นและสิ่งต่างๆในชีวิตไว้เสมอ

33.ดาวและเดือนที่อยู่สูง อยากได้ต้องปีน”บันไดสูง”

สิ่งต่างๆที่ยาก จนดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าต้องการอาจจะเสี่ยงกับหลายๆอย่าง แต่ก็นั้นแหละ หากมันเป็นความฝันหรือความต้องการแล้ว อยากได้ก็ต้องพยายาม ต้องพัฒนาตัวเอง และก็ต้องมีเสี่ยงบ้าง

34.มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำงานชิ้นสำคัญที่สุดก่อนเสมอ

ในชีวิตเรามีหลายเรื่องให้ทำ หากเรียงลำดับไม่ดีแล้ว อาจทำให้พลาดโอกาสดีๆหลายอย่างในชีวิตไป จงเลือกทำสิ่งที่สำคัญก่อน เพราะเมื่อเวลาบางอย่างผ่านไปแล้ว อาจจะทำให้ทำสิ่งนี้ได้ลำบากหรือไม่มีโอกาสได้ทำ

35.หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม

จงหมั่นเติมความรู้ให้ตนเองอยู่เสมอ และความรู้บนโลกใบนี้มีมากมายให้ได้เรียนรู้

36.ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่สำคัญในการดำเนินชีวิต

ไม่ว่าจะทำอะไร หากไร้ซึ่งวินัยแล้วย่อมพบเจอกับความสำเร็จได้ยาก เพราะว่าวินัยคือสิ่งที่จะทำให้ทำสิ่งนั้นได้นานและสม่ำเสมอจนกระทั้งเห็นผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์นั้นเอง

สรุป คำสอนของพ่อ

เราจะเห็นได้ว่า คำสอนของพ่อ ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยสิ่งแหละนี้ก็ยังคงหยิบยกนำมาใช้ได้ สำหรับการดำรงชีวิตให้ดียิ่งขึ้น และเป็นปกติสุข เพราะสิ่งที่พ่อได้สอนนั้น คือสัจธรรมแห่งชีวิตอย่างหนึ่ง ที่เอาหลักของศีลธรรมต่างๆประกอบกับหลักการดำรงชีวิต มาผนวกเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว และพระองค์ท่านเองก็ได้ดำเนินชีวิตตามแบบแผนเหล่านี้จริงๆ ได้ทรงทดลอง ลองผิด ลองถูก จนเห็นแจ้งในแบบแผนต่างๆเหล่านี้

” แล้ววันนี้เราได้ทำตาม คำสอนของพ่อ กี่ข้อแล้ว “

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *